Services

ฟิลเลอร์

เติมวอลลุ่ม ลดร่องลึก และปรับสัดส่วนใบหน้าตามความเหมาะสม
Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในร่างกายตามธรรมชาติ มีคุณสมบัติในการกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดี และสามารถสลายได้เองโดยไม่ทิ้งสารตกค้าง
ข้อมูลบริการ ฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์คืออะไร และช่วยเปลี่ยนใบหน้าอย่างไร?

ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารเติมเต็มที่แพทย์ใช้เพิ่มปริมาตรในเนื้อเยื่อ เพื่อแก้บางส่วนที่ยุบ เติมร่อง หรือปรับสัดส่วน เช่น ริมฝีปาก คาง และแก้ม โดยเลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับบริเวณและข้อบ่งใช้ ฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid หรือ HA เป็นเจลที่จับกับน้ำ จึงช่วยเพิ่มวอลลุ่มได้ตั้งแต่หลังฉีด แต่ต้องรอให้อาการบวมลดลงก่อนประเมินรูปทรงจริง

HA เป็นสารกลุ่มน้ำตาลที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ ส่วน HA ที่ใช้ฉีดเป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ซึ่งผ่านกระบวนการผลิตและปรับคุณสมบัติของเจล การที่มีสารชนิดนี้อยู่ในร่างกายอยู่แล้วไม่ได้ทำให้การฉีดปราศจากความเสี่ยง

คำว่า “ฟิลเลอร์” ไม่ได้หมายถึง HA ทุกชนิด สารอย่างแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (CaHA) และโพลีแอลแลกติกแอซิด (PLLA) มีกลไกและการดูแลต่างกัน รวมถึงวัสดุถาวรที่นำออกได้ยาก หน้านี้เน้นการตัดสินใจเกี่ยวกับ HA Filler ส่วนผลิตภัณฑ์กระตุ้นคอลลาเจนอ่านได้ที่ บริการ Biostimulator

หลังฉีดแล้วมีการมองเห็นเปลี่ยนไป ปวดรุนแรง หรือผิวซีดคล้ำผิดปกติ ต้องรับการประเมินเร่งด่วน อ่านวิธีแยกอาการทั่วไปกับสัญญาณฉุกเฉินในหัวข้อความปลอดภัยด้านล่าง

ปัญหาแบบไหนเหมาะกับฟิลเลอร์ และแบบไหนเติมแล้วอาจไม่ช่วย?

ฟิลเลอร์มีประโยชน์เมื่อปัญหาหลักคือ ปริมาตรที่ขาดหรือสัดส่วนที่ต้องการปรับ แพทย์ต้องดูทั้งใบหน้าในมุมตรง ด้านข้าง และขณะยิ้ม เพราะเงาหรือร่องที่เห็นอาจเกิดจากกระดูก ไขมัน ผิวหนัง หรือกล้ามเนื้อร่วมกัน การเติมตรงร่องที่มองเห็นเพียงอย่างเดียวจึงไม่เหมาะกับทุกคน

บริเวณที่กังวลสิ่งที่ฟิลเลอร์อาจช่วยได้ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนทำ
ใต้ตาลดร่องหรือเงาที่สัมพันธ์กับการยุบตัวในรายที่เหมาะสมไม่ได้แก้เม็ดสี ใต้ตาคล้ำจากทุกสาเหตุ หรือถุงไขมันทุกแบบ ผู้ที่บวมง่ายหรือมีถุงใต้ตาชัดอาจไม่เหมาะ
ขมับ และ แก้มตอบทดแทนวอลลุ่มและปรับความต่อเนื่องของโครงหน้าต้องแยกแก้มตอบออกจากแก้มที่มีไขมันมากหรือเนื้อเยื่อหย่อน การเพิ่มปริมาตรมากเกินไปอาจทำให้หน้าดูหนัก
ร่องแก้มช่วยให้ร่องที่สัมพันธ์กับโครงสร้างและวอลลุ่มดูตื้นลงร่องจากการเคลื่อนไหวและผิวหย่อนอาจยังเหลืออยู่ ไม่จำเป็นต้องลบรอยพับตามธรรมชาติทั้งหมด
ร่องน้ำหมาก และ มุมปากปรับร่องหรือส่วนที่ยุบรอบปากในบางกรณีกล้ามเนื้อดึงมุมปากและความหย่อนคล้อยอาจเป็นต้นเหตุร่วม จึงไม่ใช่ทุกเคสที่เติมแล้วมุมปากจะยกขึ้น
ริมฝีปากเพิ่มความอิ่ม ปรับขอบและสัดส่วน หรือความไม่สมมาตรบางส่วนทรงที่ทำได้ขึ้นกับเนื้อริมฝีปากเดิม ไม่สามารถทำให้เหมือนภาพอ้างอิงได้ทุกคน และช่วงแรกอาจบวมเด่น
คาง และ กรอบหน้าเพิ่มมิติและปรับแนวใบหน้าส่วนล่างในรายที่เหมาะสมไม่แก้การสบฟันหรือความผิดปกติของกระดูกขากรรไกร และไม่กำจัดไขมันเหนียง
หลังมือเพิ่มปริมาตรที่ลดลงตามวัยด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีข้อบ่งใช้เหมาะสมไม่ได้รักษาจุดด่างดำหรือปัญหาผิวทุกชนิดบนมือ

ตารางนี้อธิบายเป้าหมายการรักษา ไม่ได้หมายความว่าทุกรุ่นได้รับอนุญาตให้ฉีดได้ทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะจมูก หน้าผาก และหว่างคิ้วเป็นบริเวณที่ต้องระวังความเสี่ยงต่อหลอดเลือดและการมองเห็น ไม่ควรเลือกจากภาพรีวิวหรือเข้าใจว่าเป็นทางเลือกที่เสี่ยงน้อยเพียงเพราะไม่ผ่าตัด

ถ้าปัญหาหลักเป็นผิวหย่อนมาก ไขมันส่วนเกิน ริ้วรอยจากการขยับกล้ามเนื้อ หรือสีผิว การเลือกวิธีที่แก้ต้นเหตุอาจให้ประโยชน์มากกว่า ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนโครงสร้างมากหรือคาดหวังผลถาวรควรเข้าใจข้อจำกัดของ HA ซึ่งเป็นการเพิ่มเนื้อวัสดุชั่วคราว

เลือกยี่ห้อและรุ่นอย่างไรให้เหมาะกับตำแหน่ง?

ไม่มีฟิลเลอร์ยี่ห้อเดียวหรือรุ่นเดียวที่เหมาะกับทุกจุด รุ่นสำหรับเพิ่มแรงพยุงและมิติของใบหน้าอาจไม่เหมาะกับเนื้อเยื่อบางหรือบริเวณที่เคลื่อนไหวมาก แพทย์จึงพิจารณาความยืดหยุ่น ความคงรูป การกระจายตัว และแนวโน้มการบวมของเจล ร่วมกับผิวและโครงสร้างจริง ไม่ได้เลือกจากประเทศผู้ผลิตหรือราคาอย่างเดียว

รายการที่แสดงบนหน้าราคาปัจจุบันของ Smooth Clinic มี Juvederm และ Flore รวมถึง HA ที่เน้นคุณภาพผิวอย่าง Belotero Revive และ SKINVIVE by JUVÉDERM ซึ่งมีเป้าหมายต่างจากการเติมคางหรือแก้มให้ได้รูปทรงชัด

  • Juvederm: เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลายรุ่น ภาพในหน้าราคาแสดง Voluma with Lidocaine แต่รายการราคาใช้ชื่อ Juvederm โดยไม่ได้แจกแจงทุกรุ่น จึงต้องระบุรุ่นที่จะใช้จริงในแผนรักษา อ่านความต่างของรุ่นได้ใน บทความฟิลเลอร์ Juvederm
  • Flore: หน้าราคาแสดงชื่อแบรนด์และภาพหลายผลิตภัณฑ์ โดยไม่แยกราคาตามรุ่น การเลือกจึงต้องยึดชื่อรุ่นและฉลากของผลิตภัณฑ์จริง ไม่ถือว่าทุกกล่องในภาพใช้แทนกันได้ อ่านเพิ่มเติมเรื่อง ฟิลเลอร์ Flore
  • Belotero Revive: มี HA ร่วมกับกลีเซอรอล เน้นความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และริ้วรอยตื้นตามข้อบ่งใช้ ไม่ใช่ตัวเลือกเดียวกับเจลที่มุ่งเพิ่มโครงร่าง อ่าน Belotero Revive เหมาะกับผิวแบบไหน
  • SKINVIVE by JUVÉDERM: เป็น HA สำหรับคุณภาพผิว โดยมีข้อมูลเรื่องความเรียบเนียนของผิวแก้ม ไม่ควรนำผลด้านงานผิวไปเทียบเป็นปริมาตรสำหรับปรับคางหรือปาก อ่าน รายละเอียด SKINVIVE

หากกำลังเปรียบเทียบกับ Restylane, Neuramis หรือ e.p.t.q สามารถอ่าน เปรียบเทียบฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อ เพื่อเข้าใจความต่างของผลิตภัณฑ์ การมีบทความเกี่ยวกับแบรนด์ใดไม่ได้ยืนยันว่ามีทุกรุ่นพร้อมให้บริการในวันนัด และการรับรองในต่างประเทศไม่ใช้แทนการตรวจทะเบียนกับข้อบ่งใช้ในประเทศไทย

ราคาฟิลเลอร์ที่ Smooth Clinic

ราคาต่อไปนี้ตรวจสอบจาก หน้าราคาของ Smooth Clinic ณ 15 ตุลาคม 2569 แสดงหน่วยและจำนวนตามรายการของคลินิก โดยราคาชุดไม่ใช่ปริมาณที่แนะนำให้ทุกคนฉีด

รายการบนหน้าราคาจำนวนราคารายละเอียดที่ใช้ประกอบการตัดสินใจ
Juvederm1 cc / 4 cc16,900 บาท / 59,990 บาทภาพประกอบเป็น Voluma with Lidocaine แต่ข้อความราคาไม่ได้แยกรายรุ่น
Flore1 cc / 4 cc9,900 บาท / 33,990 บาทเป็นราคาตามชื่อแบรนด์ ยังไม่ได้แจกแจงรุ่นในรายการ
Belotero Revive1 cc / 2 cc13,900 บาท / 25,000 บาทระบุรุ่น Revive จากภาพกล่องบนหน้าราคา เป็นกลุ่มเน้นคุณภาพผิว
SKINVIVE by JUVÉDERM1 cc / 2 cc13,900 บาท / 25,000 บาทเป็นกลุ่มเน้นคุณภาพผิว ไม่ใช่ราคาเหมารวมของ Juvederm ทุกรุ่น

หน้าราคาไม่ได้แจกแจงค่าแพทย์ ยาชา การติดตามผล หรือเงื่อนไขการแบ่งใช้ชุดไว้ครบ จึงควรยืนยันรุ่น ปริมาณ ยอดรวม และสิ่งที่รวมในบริการก่อนชำระเงิน ราคาและรายการที่ให้บริการอาจเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ควรนำราคาโปรโมชั่นเก่าในบทความมาใช้แทนรายการปัจจุบัน

ฟิลเลอร์ 1 cc คือเท่าไร ต้องใช้กี่ cc และต้องทำทั้งหน้าไหม?

1 cc เท่ากับ 1 มิลลิลิตร เป็นหน่วยปริมาตร ไม่ใช่จำนวนจุดฉีดหรือหน่วยวัดผลลัพธ์ ความจุต่อหลอดต้องดูฉลากของรุ่นนั้น จึงไม่ควรถือว่า “หนึ่งหลอด” ของทุกผลิตภัณฑ์เท่ากัน

ปริมาณที่เหมาะขึ้นกับพื้นที่และระดับการยุบตัว ความสมมาตร ผิวเดิม ผลิตภัณฑ์ที่ยังเหลือจากครั้งก่อน และเป้าหมายที่ทำได้ บางคนมีปัญหาเฉพาะจุด ขณะที่บางคนต้องประเมินหลายบริเวณร่วมกัน การซื้อชุด 4 cc จึงไม่ใช่เหตุผลให้เติมครบ 4 cc หากไม่จำเป็น และไม่จำเป็นต้องทำทั้งหน้าเพียงเพราะต้องการให้ภาพรวมสมดุล

การวางแผนเป็นระยะช่วยให้ประเมินการเปลี่ยนแปลงและอาการบวมก่อนพิจารณาเติมเพิ่มได้ จุดที่ควรตกลงกับแพทย์คือจะปรับอะไร ผลที่คาดหวังระดับไหน และจะประเมินซ้ำเมื่อไร แทนการนำจำนวน cc จากรีวิวของคนอื่นมาใช้เป็นสูตรของตนเอง

ใครควรเลื่อนทำหรือประเมินความเสี่ยงเป็นพิเศษ?

ผู้ใหญ่ที่มีปัญหาปริมาตรหรือสัดส่วนชัดเจน สุขภาพเหมาะสม และยอมรับข้อจำกัดของผลชั่วคราวอาจเป็นผู้รับบริการที่เหมาะสม อายุที่ใช้ได้ต้องเป็นไปตามฉลากของแต่ละรุ่น ไม่ใช่ใช้เกณฑ์เดียวกับทุกผลิตภัณฑ์

  • ควรเลื่อนเมื่อมีการอักเสบหรือติดเชื้อ: เช่น สิวอักเสบ แผล ผื่น หรือเริมในบริเวณที่จะทำ รวมถึงการเจ็บป่วยที่ยังต้องรักษา
  • ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร: เป็นหัตถการเพื่อความงามที่ควรเลื่อนออกไป เนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยไม่เพียงพอ
  • เคยแพ้ส่วนประกอบ แพ้ยาชา หรือแพ้รุนแรง: ต้องประเมินกับฉลากของผลิตภัณฑ์จริง บางกรณีไม่ควรใช้
  • มีโรคเลือดออกง่าย โรคภูมิคุ้มกัน หรือใช้ยากดภูมิ: ต้องพิจารณาความเสี่ยงเฉพาะราย รวมถึงโรคที่ยังควบคุมไม่ได้
  • มีสารเติมเต็มเดิมที่ไม่ทราบชนิด วัสดุถาวร หรือเคยมีภาวะแทรกซ้อน: ควรหาสาเหตุและประเมินวัสดุเดิมก่อน ไม่เติมทับเพื่อกลบปัญหาโดยอัตโนมัติ

ระหว่างปรึกษาให้เล่าประวัติสุขภาพ การแพ้ ยาและอาหารเสริมที่ใช้ หัตถการเดิม รวมถึงการทำฟันหรือหัตถการใกล้ช่วงนัด เพื่อให้แพทย์วางแผนได้เหมาะสม อย่าหยุดยาประจำ ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดเอง แม้ยาเหล่านี้อาจเพิ่มโอกาสช้ำก็ตาม

ตรวจฟิลเลอร์แท้และเลือกผู้ให้บริการอย่างไร?

การตรวจของแท้ต้องดูทั้งผลิตภัณฑ์และแหล่งให้บริการ เลขทะเบียนหรือภาพกล่องเพียงอย่างเดียวไม่ยืนยันความเหมาะสมกับตำแหน่งที่จะฉีด และราคาถูกหรือแพงก็ไม่ใช่หลักฐานรับรองความปลอดภัย

  • เลือกสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต และตรวจชื่อแพทย์กับใบประกอบวิชาชีพให้ตรงกับผู้ทำหัตถการจริง
  • ขอดูชื่อแบรนด์ ชื่อรุ่น ฉลากภาษาไทย เลขทะเบียนเครื่องมือแพทย์ ผู้รับอนุญาตนำเข้า เลขล็อต และวันหมดอายุ โดยข้อมูลกล่องกับหลอดต้องสอดคล้องกัน
  • ตรวจเลขผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และดูข้อบ่งใช้ของรุ่นนั้น การรับรอง HA รุ่นหนึ่งไม่ได้ครอบคลุมทุกแบรนด์หรือทุกตำแหน่ง
  • ให้เห็นบรรจุภัณฑ์ที่สมบูรณ์ก่อนเปิดใช้ และเก็บข้อมูลรุ่นกับล็อตไว้สำหรับติดตาม หากผลิตภัณฑ์หรือฉลากไม่ตรงกับที่ตกลง ควรหยุดและตรวจสอบก่อน
  • ควรทราบช่องทางติดต่อหลังทำและแนวทางรับมือภาวะแทรกซ้อนของสถานพยาบาล ไม่เลือกจากคำว่า “ใช้เข็มทู่” หรือ “แพทย์มือเบา” เพียงอย่างเดียว

ไม่ควรซื้อฟิลเลอร์มาฉีดเอง ใช้บริการฉีดนอกสถานพยาบาล หรือใช้อุปกรณ์ฉีดแบบไม่ใช้เข็มที่โฆษณาว่าปลอดภัยกว่าการฉีดโดยแพทย์

วันมารับบริการจะมีขั้นตอนอะไร และฉีดเจ็บไหม?

การรับบริการควรเริ่มด้วยการประเมินก่อนตัดสินใจฉีด ไม่ใช่เริ่มจากเลือกจำนวน cc ขั้นตอนทั่วไปประกอบด้วย:

  1. ประเมินปัญหาและเป้าหมาย: ดูโครงหน้า ผิว การเคลื่อนไหว และผลจากหัตถการเดิม เพื่อแยกว่าอะไรแก้ด้วยฟิลเลอร์ได้หรือควรใช้วิธีอื่น
  2. ตกลงแผน: ระบุผลิตภัณฑ์ ตำแหน่ง ปริมาณที่ประเมิน ค่าใช้จ่าย ผลที่เป็นไปได้ และความเสี่ยง ก่อนให้ความยินยอม
  3. ตรวจผลิตภัณฑ์และเตรียมผิว: ยืนยันรุ่นและล็อต ทำความสะอาดผิว และเลือกวิธีลดความเจ็บที่เหมาะสม
  4. ทำหัตถการโดยแพทย์: แพทย์เลือกอุปกรณ์ตามบริเวณและติดตามอาการระหว่างทำ หากเจ็บผิดปกติหรือการมองเห็นเปลี่ยนไปให้บอกทันที
  5. ประเมินก่อนกลับ: ตรวจอาการหลังทำ รับคำแนะนำเฉพาะบริเวณ ช่องทางติดต่อเมื่อผิดปกติ และแผนติดตามผล

ระยะเวลารวมขึ้นกับจำนวนบริเวณ ความซับซ้อนของการประเมิน และการเตรียมยาชา จึงควรเผื่อเวลาสำหรับการปรึกษาและสังเกตอาการ ไม่อิงเฉพาะเวลาฉีดที่เห็นในวิดีโอรีวิว

ฟิลเลอร์มีโอกาสเจ็บ ระบม หรือรู้สึกตึงได้ บางรุ่นมี lidocaine ผสมอยู่ และอาจใช้ยาชาทาหรือวิธีระงับความเจ็บเพิ่มเติมตามการประเมิน แต่ไม่ได้ทำให้ทุกคนไม่รู้สึกเจ็บเลย ริมฝีปากและแต่ละตำแหน่งอาจรู้สึกต่างกัน การเจ็บรุนแรงหรือเพิ่มขึ้นผิดปกติไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ต้องทน

เห็นผลเมื่อไร บวมกี่วัน และต้องพักงานไหม?

ฟิลเลอร์ HA ที่ใช้เพิ่มปริมาตรมักเห็นความเปลี่ยนแปลงหลังฉีด แต่ภาพทันทีมีทั้งผลจากเจลและการบวม ช่วงแรกอาจดูไม่เท่ากันหรือเต็มกว่าที่คาด ส่วน HA สำหรับคุณภาพผิวต้องประเมินความเรียบเนียนและความชุ่มชื้นตามช่วงติดตามของผลิตภัณฑ์ ไม่ตัดสินจากความฟูในวันทำ

  • วันแรก ๆ: อาจบวม แดง ช้ำ เจ็บกด หรือตึงบริเวณที่ทำ อาการควรมีแนวโน้มดีขึ้น
  • ช่วงวันถึงสัปดาห์: รอยช้ำและอาการบวมมักค่อย ๆ ลดลง หลายคนประเมินรูปทรงได้ชัดขึ้นราว 2 สัปดาห์ แต่บางตำแหน่งหรือบางคนใช้เวลานานกว่า
  • เมื่อกลับมาติดตาม: ประเมินรูปทรง ความสมมาตร และปัญหาที่ยังเหลือ ก่อนตัดสินใจว่าจำเป็นต้องเติมเพิ่มหรือไม่

หลายคนกลับไปทำงานเบา ๆ ได้ แต่คำว่า “ไม่ต้องพักฟื้น” ไม่ควรแปลว่าไม่มีรอยหรือพร้อมออกงานทันที หากมีงานแต่ง ถ่ายภาพ หรือการเดินทางที่ติดต่อแพทย์ลำบาก ควรเผื่อเวลาสำหรับอาการบวมช้ำและการติดตาม ไม่รับประกันว่าจะเข้าที่ภายในวันใดวันหนึ่ง

ฟิลเลอร์อยู่ได้นานเท่าไร ต้องเติมซ้ำทุกปีหรือไม่?

ระยะผลลัพธ์ต้องดู รุ่น ตำแหน่ง และเงื่อนไขการรักษา ร่วมกัน ไม่ควรนำตัวเลขของการเติมแก้มไปใช้กับปากหรือผลิตภัณฑ์งานผิวทั้งหมด ตัวอย่างจากข้อมูลผู้ผลิตมีดังนี้:

ผลิตภัณฑ์และบริบทของข้อมูลระยะเวลาที่มีข้อมูลรองรับวิธีตีความ
Juvéderm Voluma with Lidocaine ในการแก้ปริมาตรใบหน้าส่วนกลางที่ลดลงผลการศึกษาบางชุดติดตามได้ถึง 24 เดือนตามเอกสารผู้ผลิตออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ เป็นผลของรุ่นและบริเวณที่ศึกษา ไม่รับประกันทุกเคสหรือทุกตำแหน่ง
Restylane Kysse ที่ริมฝีปากถึง 1 ปีตามข้อมูลผู้ผลิตสหรัฐฯยกเป็นตัวอย่างความต่างระหว่างรุ่น ไม่ใช่การยืนยันรายการที่มีพร้อมใช้ที่คลินิกหรือข้อบ่งใช้ในไทย
SKINVIVE by JUVÉDERM สำหรับความเรียบเนียนของผิวแก้ม6 เดือนเมื่อได้รับการรักษาตามเงื่อนไขที่ผู้ผลิตระบุเป็นผลด้านคุณภาพผิว ไม่ใช่ระยะคงรูปของคางหรือริมฝีปาก

คำว่า “อยู่ได้นาน” หมายถึงผลที่ประเมินได้ในช่วงติดตาม ไม่ได้ยืนยันว่าเจลทุกส่วนจะหายหมดในวันเดียวกัน ปริมาณที่ใช้ เนื้อเยื่อ การเคลื่อนไหว และการตอบสนองของแต่ละคนมีผล จึงไม่จำเป็นต้องเติมตามปฏิทินทุกปี หากยังมีผลเดิมอยู่ควรประเมินก่อน เพื่อไม่ให้สะสมปริมาตรเกินเป้าหมาย

ดูแลหลังฉีดอย่างไร ใช้หน้าและออกกำลังกายได้เมื่อไร?

ปฏิบัติตามคำแนะนำของรุ่นและบริเวณที่ทำ เพราะข้อควรระวังไม่เหมือนกันทั้งหมด แนวทางหลักคือดูแลจุดฉีดให้สะอาด ลดสิ่งที่กระตุ้นอาการบวม และสังเกตการเปลี่ยนแปลงของอาการ

  • ล้างหน้า: เมื่อจุดฉีดหยุดเลือดและแพทย์อนุญาต ให้ล้างเบา ๆ ด้วยมือสะอาด ไม่ขัด ถูแรง หรือใช้เครื่องนวดบริเวณที่ทำ
  • แต่งหน้า: เว้นเครื่องสำอางบนจุดฉีดในช่วงแรก เอกสารของผลิตภัณฑ์บางรุ่นระบุอย่างน้อย 12 ชั่วโมง แต่ให้ยึดคำแนะนำเฉพาะที่ได้รับ โดยเฉพาะเมื่อยังมีแผลหรือระคายเคือง
  • ออกกำลังกายและแอลกอฮอล์: ผลิตภัณฑ์บางรุ่นแนะนำให้ลดการออกแรงหนักและงดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการแดง บวม หรือช้ำ หากยังมีอาการให้ปรับตามแพทย์
  • ความร้อนและแรงกด: หลีกเลี่ยงซาวน่า อบไอน้ำ และความร้อนจัดตามช่วงที่ผลิตภัณฑ์กำหนด ไม่กด ปั้น หรือนวดก้อนเอง เว้นแต่แพทย์ผู้ดูแลสั่งเฉพาะกรณี
  • หัตถการอื่น: เลเซอร์ เครื่องยกกระชับ การลอกผิว หรือการทำฟันใกล้บริเวณที่ฉีดควรวางแผนเวลาให้เหมาะสมร่วมกับผู้รักษา ไม่ใช้ความร้อนเป็นวิธีเร่งสลายฟิลเลอร์เอง

รับประทานอาหารและดื่มน้ำตามปกติได้เมื่อไม่มีข้อจำกัดเฉพาะ การดื่มน้ำมากเกินจำเป็นไม่ใช่วิธีรับประกันให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นาน และอาหารบางชนิดไม่ได้ทำให้ HA สลายทันที หากยังชาจากยาชาควรระวังการกัดริมฝีปากและอาหารร้อนจัด

อาการหลังฉีดแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล?

ฟิลเลอร์อาจทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดอุดตันและเนื้อเยื่อขาดเลือดได้ แม้พบไม่บ่อย แต่ผลอาจรุนแรงถึงเนื้อตาย สูญเสียการมองเห็น หรือโรคหลอดเลือดสมอง ความเสี่ยงนี้เกิดได้แม้ใช้ผลิตภัณฑ์แท้ จึงต้องรู้สัญญาณเตือนก่อนรับบริการ

ตาผิดปกติ อาการทางระบบประสาท หรือแพ้รุนแรง: ไปฉุกเฉินทันที

หากตามัวทันที มองเห็นลดลงหรือมองไม่เห็น เห็นภาพซ้อน หนังตาตกผิดปกติ ร่วมกับหรือไม่มีอาการปวดตา ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที เช่นเดียวกับอาการหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หายใจลำบาก หรือบวมที่ลิ้นและคอ แจ้งว่ามีการฉีดฟิลเลอร์และติดต่อผู้ฉีดระหว่างจัดหาความช่วยเหลือ อย่ารอคิวติดตามหรือรอคำตอบทางแชต และอย่าขับรถเองเมื่อการมองเห็นหรือระบบประสาทผิดปกติ

ปวดมาก ผิวซีดหรือเปลี่ยนสีผิดปกติ: ต้องประเมินทันที

ปวดรุนแรงหรือเพิ่มขึ้น ผิวซีดขาว ม่วงเป็นลาย คล้ำผิดปกติ เย็น หรือเริ่มมีตุ่มและแผล อาจเป็นสัญญาณเลือดมาเลี้ยงไม่พอ ควรให้แพทย์ประเมินโดยเร็วที่สุด หากติดต่อผู้ฉีดไม่ได้ให้ไปโรงพยาบาล ไม่รอดูว่าอาการจะหายในวันรุ่งขึ้น และไม่พยายามนวด ประคบร้อน หรือใช้ยาสลายเอง การไม่มีอาการปวดมากไม่ได้ตัดภาวะแทรกซ้อนออก

ก้อน แดงร้อน หรือบวมกลับมา: ติดต่อแพทย์โดยเร็ว

ก้อนที่คงอยู่ ก้อนเจ็บ บวมแดงร้อนมากขึ้น มีหนอง ไข้ หรือบวมใหม่หลังเคยยุบแล้ว ต้องตรวจหาสาเหตุ เช่น การติดเชื้อ การอักเสบ การกระจายตัวของเจล หรือปฏิกิริยาที่เกิดช้า อาการอาจปรากฏหลังทำไปหลายสัปดาห์ หลายเดือน หรือกว่านั้น ไม่ควรสรุปว่าเป็นเพียงฟิลเลอร์ยังไม่เข้าที่ โดยเฉพาะอาการที่กำลังแย่ลง

ฉีดแล้วไม่ชอบผล เป็นก้อน หรืออยากสลายฟิลเลอร์ ทำอย่างไร?

ถ้าเป็นความกังวลเรื่องทรงโดยไม่มีสัญญาณอันตราย ควรให้แพทย์แยกอาการบวมออกจากปริมาตรที่เติมจริงก่อน บางกรณีปัญหาเดิมเกิดจากผิว ไขมัน หรือโครงกระดูกจึงไม่ตอบสนองต่อการเติม การฉีดเพิ่มทันทีเพราะยังไม่เห็นผลอาจทำให้แก้ไขยากขึ้น

Hyaluronidase ใช้สลายส่วนที่เป็น HA ได้เมื่อมีข้อบ่งใช้ แต่ไม่ใช่ยาสลายฟิลเลอร์ทุกชนิด ไม่สลาย CaHA, PLLA หรือวัสดุถาวรในแบบเดียวกัน และในผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมหลายชนิด การสลาย HA ไม่ได้ทำให้ส่วนประกอบอื่นหายไปด้วย

การสลายต้องประเมินชนิดวัสดุ สาเหตุของก้อน และความเสี่ยงของผู้รับบริการ อาจต้องทำมากกว่าหนึ่งครั้งและมีความเสี่ยงแพ้ยา บวม หรือช้ำ การมียาสลายไม่ได้รับประกันว่าจะกลับเหมือนเดิมทั้งหมด หรือย้อนคืนความเสียหายต่อเนื้อเยื่อและการมองเห็นได้ อ่านต่อที่ การฉีดสลายฟิลเลอร์และข้อจำกัด

ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ เครื่องยกกระชับ และเติมไขมันต่างกันอย่างไร?

  • HA Filler: เน้นเพิ่มปริมาตรหรือปรับสัดส่วนเฉพาะจุด เห็นการเปลี่ยนแปลงเร็ว มีข้อจำกัดเรื่องระยะผลและความเสี่ยงจากการฉีด
  • โบท็อกซ์: ลดการทำงานของกล้ามเนื้อบางส่วน จึงใช้กับริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าหรือกล้ามเนื้อตามข้อบ่งใช้ ไม่ได้ทดแทนวอลลุ่มที่หายไป
  • Biostimulator: เน้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนตามชนิดผลิตภัณฑ์ ผลอาจค่อย ๆ พัฒนา และไม่ใช้การสลายแบบ HA เป็นทางแก้ได้เหมือนกันทุกชนิด
  • เครื่องยกกระชับ เช่น Ultherapy Prime หรือ XERF: พิจารณาเมื่อมีความหย่อนคล้อยหรือความแน่นผิวลดลงตามการประเมิน ไม่ได้เติมปริมาตรที่ขาดเหมือนฟิลเลอร์
  • การเติมไขมันตนเอง: ต้องมีขั้นตอนนำไขมันจากส่วนอื่นของร่างกายมาใช้ ปริมาตรที่อยู่รอดคาดการณ์ไม่ได้ทั้งหมด มีระยะพักและความเสี่ยงต่างจาก HA รวมทั้งไม่สามารถใช้ hyaluronidase สลายไขมันได้
  • การผ่าตัด: อาจเหมาะกว่าในความหย่อนมาก ปัญหาถุงใต้ตาบางแบบ หรือความผิดปกติของโครงสร้างที่ฟิลเลอร์แก้ไม่ได้ ต้องพิจารณาผลที่ต้องการ ความเสี่ยง และการพักฟื้นแยกกัน

บางคนมีหลายสาเหตุร่วมกันจึงอาจใช้หลายวิธีเป็นลำดับ แต่ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างในครั้งเดียว และการเลือกไม่ทำหัตถการก็เป็นทางเลือกได้หากประโยชน์ที่คาดหวังไม่คุ้มกับข้อจำกัดหรือความเสี่ยง

ข้อสงสัยก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์

เคยฉีดมานานแล้ว เติมได้เลยไหม?

เวลาที่ผ่านไปอย่างเดียวบอกไม่ได้ว่าฟิลเลอร์เดิมหมดแล้ว หากยังคลำได้ก้อน เคยบวมซ้ำ ไม่ทราบชนิดสาร หรือมีรูปทรงผิดปกติ ควรประเมินก่อน แพทย์อาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมตามความจำเป็น ไม่ใช้การเติมทับเป็นคำตอบแรก

หยุดเติมแล้วหน้าจะเหี่ยวกว่าเดิมไหม?

เมื่อผลการเติมลดลง ใบหน้าอาจดูต่างจากช่วงที่มีวอลลุ่มเพิ่ม และยังมีการเปลี่ยนแปลงตามวัยต่อไป จึงไม่ควรสรุปว่าทุกคนจะเหี่ยวกว่าเดิมเพราะหยุดฉีด การเติมมากเกินไปและภาวะแทรกซ้อนเป็นอีกเรื่องที่ต้องประเมินแยกกัน ไม่จำเป็นต้องเติมต่อเนื่องเพราะกลัวว่า “หยุดไม่ได้”

ใช้เข็มทู่แล้วไม่เสี่ยงหลอดเลือดอุดตันจริงหรือ?

ไม่จริง อุปกรณ์แต่ละชนิดมีข้อจำกัดและไม่มีชนิดใดทำให้ความเสี่ยงเป็นศูนย์ การประเมินกายวิภาค ประสบการณ์ของแพทย์ การเลือกผลิตภัณฑ์ และความพร้อมเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนยังสำคัญ แม้ใช้เข็มทู่ก็ต้องสังเกตอาการเตือนเช่นเดียวกัน

ประเมินฟิลเลอร์กับ Smooth Clinic

เริ่มจากปัญหาที่อยากแก้และผลลัพธ์ที่คาดหวัง เช่น ใต้ตาดูลึก ริมฝีปากบาง หรือคางยังไม่สมดุล เพื่อให้แพทย์ประเมินว่าการเติมช่วยได้เพียงใด ควรใช้รุ่นใดและปริมาณเท่าไร ก่อนตัดสินใจรับบริการ

ดูข้อมูล ทีมแพทย์ Smooth Clinic และ รีวิวของคลินิก ประกอบได้ การอ่านรีวิวควรเปรียบเทียบปัญหาเดิม มุม แสง และระยะเวลาหลังทำ ภาพของผู้อื่นไม่ใช่คำรับประกันผลของตนเอง ส่วนแพทย์ผู้ตรวจสอบเนื้อหาที่แสดงในหน้านี้ไม่ได้หมายถึงการยืนยันว่าเป็นแพทย์ผู้ทำหัตถการในทุกนัด

นัดปรึกษาผ่าน LINE OA @smoothclinic หรือโทร 088-121-8888 เพื่อเลือกวันและประเมินแผนที่เหมาะกับคุณ

เอกสารอ้างอิง

ข้อมูลจากต่างประเทศใช้ประกอบความเข้าใจเรื่องวัสดุ ผลลัพธ์ และความเสี่ยง ไม่ใช้ยืนยันข้อบ่งใช้หรือสถานะทะเบียนของทุกรุ่นในประเทศไทย การเลือกผลิตภัณฑ์ต้องอ้างอิงฉลากที่ได้รับอนุญาตสำหรับผลิตภัณฑ์ที่จะใช้จริง

ตรวจสอบความถูกต้องโดย
นพ. ชัยวัฒน์ ทรงศิริพันธุ์ (หมอจุ๊ย)
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประสบการณ์ด้านความงามและผิวพรรณ มากกว่า 10 ปี
บทความอัปเดตล่าสุด: 10/15/2026
ปรึกษาคุณหมอผ่าน Line