
Oligio X คืออะไร?
Oligio X คือเครื่องยกกระชับผิวด้วยเทคโนโลยี Monopolar Radiofrequency (RF) ที่ใช้พลังงานความร้อนกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว ช่วยให้ผิวค่อย ๆ แน่นและกระชับขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด
Oligio X พัฒนาต่อยอดจาก Oligio รุ่นเดิม โดยเพิ่มระบบการส่งพลังงาน การตรวจวัดค่าความต้านทานของผิวแบบ Real-Time และระบบ Cooling ที่ช่วยควบคุมความร้อนบริเวณผิวชั้นบน
นอกจากนี้ยังมี G Mode และ X Mode ที่สามารถเลือกใช้ตามระดับเนื้อเยื่อและแผนการรักษา เพื่อให้แพทย์ปรับพลังงานให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน

Oligio X ทำงานอย่างไร?
Oligio X ใช้พลังงาน Monopolar RF สร้างความร้อนในเนื้อเยื่อใต้ผิว ความร้อนจะช่วยให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมหดตัว และกระตุ้นกระบวนการสร้างและปรับโครงสร้างคอลลาเจนใหม่ หรือ Collagen Remodeling
จึงอาจรู้สึกว่าผิวแน่นขึ้นบางส่วนหลังทำ และผลจะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนหลังจากนั้น
Oligio X มีโหมดการทำงานที่สามารถปรับการกระจายความร้อนในระดับเนื้อเยื่อที่แตกต่างกัน ได้แก่
- G Mode – เน้นการสร้างความร้อนในระดับที่ตื้นกว่า
- X Mode – ช่วยส่งความร้อนลงในระดับที่ลึกขึ้น
- GXG Protocol – ใช้ G และ X Mode ร่วมกันเพื่อวางแผนการกระจายความร้อนหลายระดับ
ระหว่างทำ ระบบจะตรวจวัด Impedance หรือค่าความต้านทานของผิว และใช้ระบบ Cooling ช่วยควบคุมความร้อนบริเวณผิวชั้นบน

จุดเด่นของ Oligio X
- Monopolar RF – ใช้พลังงานความร้อนกระตุ้นคอลลาเจนและเพิ่มความกระชับของผิว
- G / X Dual Mode – สามารถวางแผนการกระจายความร้อนในระดับเนื้อเยื่อที่แตกต่างกัน
- กำลังขับสูงสุด 400W – รองรับการตั้งค่าพลังงานตามแผนการรักษา
- Real-Time Impedance Monitoring – ตรวจวัดค่าความต้านทานของผิวระหว่างปล่อยพลังงาน
- ระบบ Cooling – ช่วยควบคุมความร้อนบริเวณผิวชั้นบนและเพิ่มความสบายระหว่างทำ
- Downtime น้อย – ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้หลังทำ

Oligio X ต่างจาก Oligio รุ่นเดิมอย่างไร?
Oligio X และ Oligio รุ่นเดิมใช้เทคโนโลยี Monopolar RF เช่นเดียวกัน แต่ Oligio X ได้รับการพัฒนาระบบการส่งพลังงาน การทำความเย็น และโหมดการรักษาให้ละเอียดขึ้น
| หัวข้อ | Oligio | Oligio X |
|---|---|---|
| เทคโนโลยี | Monopolar RF | Monopolar RF |
| โหมดการทำงาน | ระบบ RF รุ่นเดิม | G Mode / X Mode และ GXG Protocol |
| Cooling | ระบบ Cooling รุ่นเดิม | ระบบ Cooling ที่ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม |
| การตรวจวัดผิว | Impedance Monitoring | Real-Time Impedance Monitoring |
| การวางแผนการรักษา | ปรับพลังงานตามบริเวณ | สามารถเลือก Mode และการกระจายความร้อนตามบริเวณได้ละเอียดขึ้น |
โดยรวม Oligio X เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดเพื่อให้แพทย์สามารถปรับการส่งพลังงานและวางแผนการรักษาตามสภาพผิวของแต่ละคนได้ละเอียดขึ้น
Oligio X ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
Oligio X อาจช่วยดูแลปัญหา เช่น
- ผิวหย่อนคล้อย บริเวณใบหน้าและแก้ม
- กรอบหน้าไม่ชัด หรือเริ่มมีความหย่อนบริเวณแนวกราม
- ใต้คางและเหนียงเล็กน้อย
- ริ้วรอยตื้น และความยืดหยุ่นของผิวที่ลดลง
- ผิวบริเวณลำคอ ที่เริ่มไม่กระชับ
- บริเวณรอบดวงตา ตามความเหมาะสมของหัวทิปและแผนการรักษา
ผลลัพธ์แตกต่างกันตามสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และพลังงานที่ใช้ในแต่ละคน

Oligio X เหมาะกับใคร?
Oligio X อาจเหมาะกับผู้ที่:
- เริ่มมี ผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
- กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด หรือมีแก้มหย่อน
- มีความไม่กระชับบริเวณใต้คาง
- ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนโดยไม่ต้องผ่าตัด
- ต้องการหัตถการที่มี Downtime น้อย
- กังวลเรื่องความรู้สึกร้อนหรือไม่สบายระหว่างทำ
ความเหมาะสมควรดูจาก สภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และโครงสร้างใบหน้า มากกว่าอายุเพียงอย่างเดียว
Oligio X ทำบริเวณไหนได้บ้าง?
บริเวณที่สามารถพิจารณาทำได้ เช่น
- แก้ม – ช่วยดูแลความหย่อนคล้อยบริเวณกลางและล่างของใบหน้า
- กรอบหน้า – ช่วยเพิ่มความกระชับบริเวณแนวกราม
- ใต้คาง – ดูแลความไม่กระชับบริเวณใต้คางและเหนียง
- หน้าผาก – ตามการประเมินของแพทย์
- รอบดวงตา – ใช้หัวทิปที่เหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็ก
- ลำคอและเนินอก – สำหรับผิวที่เริ่มสูญเสียความกระชับ
บริเวณที่เหมาะสมและระดับพลังงานควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนทำ
ขั้นตอนการทำ Oligio X
- ประเมินสภาพผิว – แพทย์ประเมินความหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้า และบริเวณที่ต้องการดูแล
- ทำความสะอาดผิว – เช็ดเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บนผิวก่อนเริ่มทำ
- วางแผนจำนวนช็อต – แพทย์กำหนดบริเวณ จำนวนช็อต โหมด และระดับพลังงานที่เหมาะสม
- เริ่มทำ Oligio X – ส่งพลังงาน RF ไปยังบริเวณที่วางแผนไว้ พร้อมระบบ Cooling และ Impedance Monitoring
- หลังทำ – ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที
ระยะเวลาในการทำขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตและบริเวณที่รักษา รวมถึงขั้นตอนประเมินและเตรียมผิวก่อนเริ่มทำ
Oligio X ต้องใช้กี่ช็อต?
จำนวนช็อตของ Oligio X ไม่มีจำนวนตายตัวที่เหมาะกับทุกคน เพราะแต่ละคนมีขนาดใบหน้า ระดับความหย่อนคล้อย และบริเวณที่ต้องการดูแลแตกต่างกัน
ตัวอย่างเช่น
- ประมาณ 300 ช็อต – อาจใช้กับบางบริเวณ เช่น แก้ม กรอบหน้า หรือใต้คาง
- ประมาณ 400–600 ช็อต – อาจใช้กับหลายบริเวณหรือทั่วใบหน้า
- ประมาณ 900 ช็อต – อาจใช้ในแผนที่ครอบคลุมใบหน้าและบริเวณเพิ่มเติม
จำนวนดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่าง ไม่ใช่มาตรฐานสำหรับทุกคน
จำนวนช็อตมากกว่าไม่ได้หมายความว่าจะให้ผลลัพธ์ดีกว่าเสมอไป ตำแหน่ง Mode ระดับพลังงาน และการวางแผนโดยรวมก็มีความสำคัญเช่นกัน
Oligio X เจ็บไหม?
ระหว่างทำอาจรู้สึก อุ่น ร้อน หรือเย็นสลับกัน ตามจังหวะการปล่อยพลังงานและระบบ Cooling
ระดับความรู้สึกแตกต่างกันในแต่ละคน โดยระบบ Cooling ช่วยลดความร้อนบริเวณผิวชั้นบนและเพิ่มความสบายระหว่างทำ
หลายคนสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้ยาชา แต่หากกังวลเรื่องความรู้สึกระหว่างทำ ควรแจ้งแพทย์ก่อนเริ่มหัตถการ
Oligio X มีผลข้างเคียงไหม?
Oligio X เป็นหัตถการแบบไม่ผ่าตัด แต่อาจมีอาการชั่วคราวหลังทำได้ เช่น
- รอยแดง บริเวณที่ทำ
- อาการบวมเล็กน้อย
- รู้สึกอุ่นหรือตึงบริเวณผิว
- ไวต่อการสัมผัส ในบางบริเวณ
อาการส่วนใหญ่มักค่อย ๆ ดีขึ้นเอง
หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมาก บวมมาก ผิวเปลี่ยนสี มีแผล หรืออาการไม่ดีขึ้นตามปกติ ควรติดต่อแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม
ใครควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ Oligio X?
ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ หาก:
- มี Pacemaker หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย
- มีอุปกรณ์หรือโลหะฝังอยู่ใกล้บริเวณที่จะทำ
- มีแผล การติดเชื้อ หรือการอักเสบของผิว
- กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาประจำ
- เคยฉีด Filler, Botox, ร้อยไหม หรือทำหัตถการอื่นบริเวณเดียวกัน
ไม่ควรหยุดยาที่ใช้อยู่เอง ควรแจ้งข้อมูลให้แพทย์เพื่อพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
Oligio X เห็นผลเมื่อไหร่?
หลังทำบางคนอาจรู้สึกว่าผิวแน่นขึ้นเล็กน้อย จากผลของความร้อนต่อเส้นใยคอลลาเจนเดิม
หลังจากนั้นผลลัพธ์จะค่อย ๆ พัฒนาจากกระบวนการสร้างและปรับโครงสร้างคอลลาเจนใหม่
- อาจเริ่มสังเกตความกระชับบางส่วนได้หลังทำ
- ผลจะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงประมาณ 1–3 เดือน
- การเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนอาจดำเนินต่อเนื่องหลังจากนั้น
ระยะเวลาที่ผลลัพธ์อยู่ได้แตกต่างกันในแต่ละคน โดยทั่วไปอาจประเมินอยู่ในช่วงประมาณ 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว พลังงานที่ใช้ และการตอบสนองของแต่ละคน
Oligio X ราคาเท่าไหร่?
ราคาของ Oligio X ขึ้นอยู่กับ จำนวนช็อต บริเวณที่ทำ และแผนการรักษา ของแต่ละคน
| จำนวนช็อต | ราคา | ตัวอย่างบริเวณ |
|---|---|---|
| 300 ช็อต | 16,500 บาท | แก้ม / กรอบหน้า / ใต้คาง หรือบริเวณเฉพาะจุด |
| 400 ช็อต | 22,000 บาท | หลายบริเวณของใบหน้า |
| 600 ช็อต | 33,000 บาท | ทั่วใบหน้าหรือแผนที่ครอบคลุมมากขึ้น |
| 900 ช็อต | 49,500 บาท | ใบหน้าและบริเวณเพิ่มเติมตามการประเมิน |
*ราคาและโปรโมชันอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาสอบถามราคาปัจจุบันกับคลินิกก่อนเข้ารับบริการ
แพทย์จะประเมินจำนวนช็อตตามบริเวณ ระดับความหย่อนคล้อย และผลลัพธ์ที่ต้องการ
สอบถามราคาและนัดประเมินได้ที่ LINE: @smoothclinic หรือโทร 088-121-8888
การดูแลก่อนทำ Oligio X
- แจ้งแพทย์เกี่ยวกับ โรคประจำตัว ยา และอาหารเสริม ที่ใช้อยู่
- แจ้งประวัติ Filler, Botox, ร้อยไหม หรือหัตถการอื่นที่เคยทำบริเวณเดียวกัน
- หากมีแผล ผื่น หรือการอักเสบของผิว ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ
- หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์หรือหัตถการที่ทำให้ผิวระคายเคือง หากได้รับคำแนะนำจากแพทย์
การดูแลหลังทำ Oligio X
- หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น ซาวน่า หรืออบไอน้ำ หากผิวยังรู้สึกร้อนหรือไวต่อการสัมผัส
- หลีกเลี่ยงแดดจัด และใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ
- ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่อ่อนโยนหากผิวยังมีอาการระคายเคือง
- สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ หากไม่มีอาการระคายเคืองมาก
- ปฏิบัติตามคำแนะนำเพิ่มเติมของแพทย์หลังทำ
Oligio X vs Ultraformer III vs Ultherapy Prime ต่างกันอย่างไร?
Oligio X, Ultraformer III และ Ultherapy Prime เป็นหัตถการยกกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ใช้พลังงานและมีวิธีการทำงานแตกต่างกัน
| หัวข้อ | Oligio X | Ultraformer III | Ultherapy Prime |
|---|---|---|---|
| เทคโนโลยี | Monopolar RF | MMFU / Focused Ultrasound | Micro-Focused Ultrasound with Visualization (MFU-V) |
| หลักการ | สร้างความร้อนแบบกระจายในเนื้อเยื่อเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน | สร้างจุดพลังงาน Ultrasound ตามระดับความลึก | สร้างจุดพลังงาน Ultrasound พร้อมระบบ Visualization |
| การวางพลังงาน | ใช้ G / X Mode เพื่อปรับการกระจายความร้อน | เลือก Cartridge ตามระดับความลึก | เลือก Transducer และดูชั้นเนื้อเยื่อแบบ Real-Time |
| Real-Time Visualization | ไม่มี Ultrasound Visualization | ไม่มี | มี |
| จุดเด่น | Bulk Heating + Cooling + G/X Dual Mode | Focused Ultrasound หลายระดับความลึก | Focused Ultrasound พร้อม Visualization |
| Downtime | น้อย | น้อย | น้อย |
ไม่มีเครื่องไหนเหมาะกับทุกคนเหมือนกัน ควรเลือกจาก ปัญหาผิว ระดับความหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้า งบประมาณ ความรู้สึกระหว่างทำ และผลลัพธ์ที่ต้องการ
ข้อดีของ Oligio X
- ใช้ Monopolar RF เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและเพิ่มความกระชับของผิว
- มี G / X Dual Mode สำหรับวางแผนการกระจายความร้อนหลายระดับ
- มีระบบ Cooling และ Real-Time Impedance Monitoring
- Downtime น้อย สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว
- สามารถปรับพลังงานและแผนการรักษาตามสภาพผิวของแต่ละคนได้
ข้อจำกัดของ Oligio X
- ผลลัพธ์ไม่ถาวรและแตกต่างกันในแต่ละคน
- ไม่สามารถทดแทนการผ่าตัดดึงหน้าในผู้ที่มีความหย่อนคล้อยมาก
- อาจมีรอยแดง บวม หรือรู้สึกอุ่นหลังทำชั่วคราว
- จำนวนช็อตและระดับพลังงานที่เหมาะสมต้องได้รับการประเมินเป็นรายบุคคล
Oligio X ปลอดภัยไหม?
Oligio X มีระบบ Cooling และ Real-Time Impedance Monitoring เพื่อช่วยควบคุมการส่งพลังงานและความร้อนระหว่างทำ
อย่างไรก็ตาม หัตถการ RF ยังสามารถมีผลข้างเคียงได้ จึงควรได้รับการประเมินสภาพผิว ประวัติสุขภาพ และหัตถการที่เคยทำมาก่อน เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละคน
ทำไมต้องทำ Oligio X ที่ Smooth Clinic?
- ก่อนทำแพทย์จะประเมินสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย เพื่อวางแผนจำนวนช็อต Mode และระดับพลังงานให้เหมาะกับแต่ละคน
- ใช้ Oligio X เครื่องแท้ และหัวทิปที่ตรวจสอบแหล่งที่มาได้
- มีคำแนะนำในการดูแลหลังทำและช่องทางติดต่อหากเกิดอาการผิดปกติ
- มีรีวิวหรือภาพ Before & After ที่สามารถตรวจสอบได้
- Smooth Clinic ตั้งอยู่ที่ Times Square อโศก ใกล้ BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท
สอบถามข้อมูลและนัดประเมินได้ที่ LINE: @smoothclinic หรือโทร 088-121-8888
สรุป
Oligio X เป็นเทคโนโลยี Monopolar RF ที่พัฒนาต่อยอดจาก Oligio รุ่นเดิม โดยเพิ่ม G / X Dual Mode ระบบ Cooling และ Real-Time Impedance Monitoring เพื่อช่วยให้แพทย์วางแผนการส่งพลังงานได้ละเอียดขึ้น
เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด หรืออยากกระตุ้นคอลลาเจนโดยไม่ต้องผ่าตัดและมี Downtime น้อย
ผลลัพธ์ จำนวนช็อต และระดับพลังงานที่เหมาะสมแตกต่างกันในแต่ละคน จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนทำ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Oligio X
Oligio X เจ็บไหม?
ระหว่างทำอาจรู้สึกอุ่นหรือร้อนสลับกับความเย็นจากระบบ Cooling ความรู้สึกจะแตกต่างกันในแต่ละคน
Oligio X ต้องใช้กี่ช็อต?
ไม่มีจำนวนมาตรฐานสำหรับทุกคน จำนวนที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับขนาดใบหน้า บริเวณ ระดับความหย่อนคล้อย และแผนการรักษา
Oligio X เห็นผลเมื่อไหร่?
บางคนอาจรู้สึกว่าผิวแน่นขึ้นหลังทำ และผลจะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงประมาณ 1–3 เดือน จากกระบวนการสร้างและปรับโครงสร้างคอลลาเจน
Oligio X อยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยทั่วไปอาจประเมินผลอยู่ในช่วงประมาณ 6–12 เดือน แต่ระยะเวลาจริงแตกต่างกันตามอายุ สภาพผิว พลังงานที่ใช้ และการตอบสนองของแต่ละคน
หลังทำ Oligio X ต้องพักฟื้นไหม?
ส่วนใหญ่มี Downtime น้อยและสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ แต่อาจมีรอยแดง บวม หรือรู้สึกอุ่นบริเวณผิวชั่วคราว
Oligio X ต่างจาก Oligio รุ่นเดิมอย่างไร?
ทั้งสองใช้เทคโนโลยี Monopolar RF แต่ Oligio X เพิ่ม G / X Dual Mode ระบบ Cooling ที่พัฒนาขึ้น และระบบควบคุมการส่งพลังงานที่ละเอียดขึ้น
Oligio X กับ Ultherapy Prime ต่างกันอย่างไร?
Oligio X ใช้ Monopolar RF เพื่อสร้างความร้อนแบบกระจายในเนื้อเยื่อ ส่วน Ultherapy Prime ใช้ Micro-Focused Ultrasound และมี Real-Time Ultrasound Visualization จึงมีหลักการทำงานและวิธีวางพลังงานแตกต่างกัน
แหล่งอ้างอิง
- Radiofrequency facial rejuvenation: Evidence-based effect. PubMed Central
- Evaluating the effectiveness and safety of radiofrequency for face tightening: a systematic review. PubMed
- Radio Frequency (RF) Skin Tightening: Benefits & Risks. Cleveland Clinic
- Efficacy and Safety of Monopolar Radiofrequency for Tightening the Skin of Aged Faces. MDPI
- Efficacy and Safety of Monopolar Radiofrequency for Treatment of Lower Facial Laxity in Asians. PubMed Central