Services

Oligio X

นวัตกรรมยกกระชับผิวรุ่นล่าสุด พัฒนาจาก Oligio
Oligio X นวัตกรรมยกกระชับผิวรุ่นล่าสุด พลัง 400W พัฒนาจาก Oligio รุ่นเดิม เย็นสบายไม่เจ็บ ระบบ Cooling 11 ขั้นตอน ยกได้ลึกทุกชั้นผิว เห็นผลทันที อยู่ได้นาน
Insight Guide About Oligio X

Oligio X คืออะไร

Oligio X คืออะไร?

Oligio X คือเครื่องยกกระชับผิวด้วยเทคโนโลยี Monopolar Radiofrequency (RF) ที่ใช้พลังงานความร้อนกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว ช่วยให้ผิวค่อย ๆ แน่นและกระชับขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด

Oligio X พัฒนาต่อยอดจาก Oligio รุ่นเดิม โดยเพิ่มระบบการส่งพลังงาน การตรวจวัดค่าความต้านทานของผิวแบบ Real-Time และระบบ Cooling ที่ช่วยควบคุมความร้อนบริเวณผิวชั้นบน

นอกจากนี้ยังมี G Mode และ X Mode ที่สามารถเลือกใช้ตามระดับเนื้อเยื่อและแผนการรักษา เพื่อให้แพทย์ปรับพลังงานให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน

หลักการทำงานของ Oligio X

Oligio X ทำงานอย่างไร?

Oligio X ใช้พลังงาน Monopolar RF สร้างความร้อนในเนื้อเยื่อใต้ผิว ความร้อนจะช่วยให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมหดตัว และกระตุ้นกระบวนการสร้างและปรับโครงสร้างคอลลาเจนใหม่ หรือ Collagen Remodeling

จึงอาจรู้สึกว่าผิวแน่นขึ้นบางส่วนหลังทำ และผลจะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนหลังจากนั้น

Oligio X มีโหมดการทำงานที่สามารถปรับการกระจายความร้อนในระดับเนื้อเยื่อที่แตกต่างกัน ได้แก่

  • G Mode – เน้นการสร้างความร้อนในระดับที่ตื้นกว่า
  • X Mode – ช่วยส่งความร้อนลงในระดับที่ลึกขึ้น
  • GXG Protocol – ใช้ G และ X Mode ร่วมกันเพื่อวางแผนการกระจายความร้อนหลายระดับ

ระหว่างทำ ระบบจะตรวจวัด Impedance หรือค่าความต้านทานของผิว และใช้ระบบ Cooling ช่วยควบคุมความร้อนบริเวณผิวชั้นบน

จุดเด่นของ Oligio X

จุดเด่นของ Oligio X

  • Monopolar RF – ใช้พลังงานความร้อนกระตุ้นคอลลาเจนและเพิ่มความกระชับของผิว
  • G / X Dual Mode – สามารถวางแผนการกระจายความร้อนในระดับเนื้อเยื่อที่แตกต่างกัน
  • กำลังขับสูงสุด 400W – รองรับการตั้งค่าพลังงานตามแผนการรักษา
  • Real-Time Impedance Monitoring – ตรวจวัดค่าความต้านทานของผิวระหว่างปล่อยพลังงาน
  • ระบบ Cooling – ช่วยควบคุมความร้อนบริเวณผิวชั้นบนและเพิ่มความสบายระหว่างทำ
  • Downtime น้อย – ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้หลังทำ

Oligio X ต่างจาก Oligio รุ่นเดิมอย่างไร

Oligio X ต่างจาก Oligio รุ่นเดิมอย่างไร?

Oligio X และ Oligio รุ่นเดิมใช้เทคโนโลยี Monopolar RF เช่นเดียวกัน แต่ Oligio X ได้รับการพัฒนาระบบการส่งพลังงาน การทำความเย็น และโหมดการรักษาให้ละเอียดขึ้น

หัวข้อOligioOligio X
เทคโนโลยีMonopolar RFMonopolar RF
โหมดการทำงานระบบ RF รุ่นเดิมG Mode / X Mode และ GXG Protocol
Coolingระบบ Cooling รุ่นเดิมระบบ Cooling ที่ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม
การตรวจวัดผิวImpedance MonitoringReal-Time Impedance Monitoring
การวางแผนการรักษาปรับพลังงานตามบริเวณสามารถเลือก Mode และการกระจายความร้อนตามบริเวณได้ละเอียดขึ้น

โดยรวม Oligio X เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดเพื่อให้แพทย์สามารถปรับการส่งพลังงานและวางแผนการรักษาตามสภาพผิวของแต่ละคนได้ละเอียดขึ้น

Oligio X ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

Oligio X อาจช่วยดูแลปัญหา เช่น

  • ผิวหย่อนคล้อย บริเวณใบหน้าและแก้ม
  • กรอบหน้าไม่ชัด หรือเริ่มมีความหย่อนบริเวณแนวกราม
  • ใต้คางและเหนียงเล็กน้อย
  • ริ้วรอยตื้น และความยืดหยุ่นของผิวที่ลดลง
  • ผิวบริเวณลำคอ ที่เริ่มไม่กระชับ
  • บริเวณรอบดวงตา ตามความเหมาะสมของหัวทิปและแผนการรักษา

ผลลัพธ์แตกต่างกันตามสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และพลังงานที่ใช้ในแต่ละคน

ใครเหมาะกับ Oligio X

Oligio X เหมาะกับใคร?

Oligio X อาจเหมาะกับผู้ที่:

  • เริ่มมี ผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
  • กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด หรือมีแก้มหย่อน
  • มีความไม่กระชับบริเวณใต้คาง
  • ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ต้องการหัตถการที่มี Downtime น้อย
  • กังวลเรื่องความรู้สึกร้อนหรือไม่สบายระหว่างทำ

ความเหมาะสมควรดูจาก สภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และโครงสร้างใบหน้า มากกว่าอายุเพียงอย่างเดียว

Oligio X ทำบริเวณไหนได้บ้าง?

บริเวณที่สามารถพิจารณาทำได้ เช่น

  • แก้ม – ช่วยดูแลความหย่อนคล้อยบริเวณกลางและล่างของใบหน้า
  • กรอบหน้า – ช่วยเพิ่มความกระชับบริเวณแนวกราม
  • ใต้คาง – ดูแลความไม่กระชับบริเวณใต้คางและเหนียง
  • หน้าผาก – ตามการประเมินของแพทย์
  • รอบดวงตา – ใช้หัวทิปที่เหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็ก
  • ลำคอและเนินอก – สำหรับผิวที่เริ่มสูญเสียความกระชับ

บริเวณที่เหมาะสมและระดับพลังงานควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนทำ

ขั้นตอนการทำ Oligio X

  1. ประเมินสภาพผิว – แพทย์ประเมินความหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้า และบริเวณที่ต้องการดูแล
  2. ทำความสะอาดผิว – เช็ดเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บนผิวก่อนเริ่มทำ
  3. วางแผนจำนวนช็อต – แพทย์กำหนดบริเวณ จำนวนช็อต โหมด และระดับพลังงานที่เหมาะสม
  4. เริ่มทำ Oligio X – ส่งพลังงาน RF ไปยังบริเวณที่วางแผนไว้ พร้อมระบบ Cooling และ Impedance Monitoring
  5. หลังทำ – ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที

ระยะเวลาในการทำขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตและบริเวณที่รักษา รวมถึงขั้นตอนประเมินและเตรียมผิวก่อนเริ่มทำ

Oligio X ต้องใช้กี่ช็อต?

จำนวนช็อตของ Oligio X ไม่มีจำนวนตายตัวที่เหมาะกับทุกคน เพราะแต่ละคนมีขนาดใบหน้า ระดับความหย่อนคล้อย และบริเวณที่ต้องการดูแลแตกต่างกัน

ตัวอย่างเช่น

  • ประมาณ 300 ช็อต – อาจใช้กับบางบริเวณ เช่น แก้ม กรอบหน้า หรือใต้คาง
  • ประมาณ 400–600 ช็อต – อาจใช้กับหลายบริเวณหรือทั่วใบหน้า
  • ประมาณ 900 ช็อต – อาจใช้ในแผนที่ครอบคลุมใบหน้าและบริเวณเพิ่มเติม

จำนวนดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่าง ไม่ใช่มาตรฐานสำหรับทุกคน

จำนวนช็อตมากกว่าไม่ได้หมายความว่าจะให้ผลลัพธ์ดีกว่าเสมอไป ตำแหน่ง Mode ระดับพลังงาน และการวางแผนโดยรวมก็มีความสำคัญเช่นกัน

Oligio X เจ็บไหม?

ระหว่างทำอาจรู้สึก อุ่น ร้อน หรือเย็นสลับกัน ตามจังหวะการปล่อยพลังงานและระบบ Cooling

ระดับความรู้สึกแตกต่างกันในแต่ละคน โดยระบบ Cooling ช่วยลดความร้อนบริเวณผิวชั้นบนและเพิ่มความสบายระหว่างทำ

หลายคนสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้ยาชา แต่หากกังวลเรื่องความรู้สึกระหว่างทำ ควรแจ้งแพทย์ก่อนเริ่มหัตถการ

Oligio X มีผลข้างเคียงไหม?

Oligio X เป็นหัตถการแบบไม่ผ่าตัด แต่อาจมีอาการชั่วคราวหลังทำได้ เช่น

  • รอยแดง บริเวณที่ทำ
  • อาการบวมเล็กน้อย
  • รู้สึกอุ่นหรือตึงบริเวณผิว
  • ไวต่อการสัมผัส ในบางบริเวณ

อาการส่วนใหญ่มักค่อย ๆ ดีขึ้นเอง

หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมาก บวมมาก ผิวเปลี่ยนสี มีแผล หรืออาการไม่ดีขึ้นตามปกติ ควรติดต่อแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม

ใครควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ Oligio X?

ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ หาก:

  • มี Pacemaker หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย
  • มีอุปกรณ์หรือโลหะฝังอยู่ใกล้บริเวณที่จะทำ
  • มีแผล การติดเชื้อ หรือการอักเสบของผิว
  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาประจำ
  • เคยฉีด Filler, Botox, ร้อยไหม หรือทำหัตถการอื่นบริเวณเดียวกัน

ไม่ควรหยุดยาที่ใช้อยู่เอง ควรแจ้งข้อมูลให้แพทย์เพื่อพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

Oligio X เห็นผลเมื่อไหร่?

หลังทำบางคนอาจรู้สึกว่าผิวแน่นขึ้นเล็กน้อย จากผลของความร้อนต่อเส้นใยคอลลาเจนเดิม

หลังจากนั้นผลลัพธ์จะค่อย ๆ พัฒนาจากกระบวนการสร้างและปรับโครงสร้างคอลลาเจนใหม่

  • อาจเริ่มสังเกตความกระชับบางส่วนได้หลังทำ
  • ผลจะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงประมาณ 1–3 เดือน
  • การเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนอาจดำเนินต่อเนื่องหลังจากนั้น

ระยะเวลาที่ผลลัพธ์อยู่ได้แตกต่างกันในแต่ละคน โดยทั่วไปอาจประเมินอยู่ในช่วงประมาณ 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว พลังงานที่ใช้ และการตอบสนองของแต่ละคน

Oligio X ราคาเท่าไหร่?

ราคาของ Oligio X ขึ้นอยู่กับ จำนวนช็อต บริเวณที่ทำ และแผนการรักษา ของแต่ละคน

จำนวนช็อตราคาตัวอย่างบริเวณ
300 ช็อต16,500 บาทแก้ม / กรอบหน้า / ใต้คาง หรือบริเวณเฉพาะจุด
400 ช็อต22,000 บาทหลายบริเวณของใบหน้า
600 ช็อต33,000 บาททั่วใบหน้าหรือแผนที่ครอบคลุมมากขึ้น
900 ช็อต49,500 บาทใบหน้าและบริเวณเพิ่มเติมตามการประเมิน

*ราคาและโปรโมชันอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาสอบถามราคาปัจจุบันกับคลินิกก่อนเข้ารับบริการ

แพทย์จะประเมินจำนวนช็อตตามบริเวณ ระดับความหย่อนคล้อย และผลลัพธ์ที่ต้องการ

สอบถามราคาและนัดประเมินได้ที่ LINE: @smoothclinic หรือโทร 088-121-8888

การดูแลก่อนทำ Oligio X

  • แจ้งแพทย์เกี่ยวกับ โรคประจำตัว ยา และอาหารเสริม ที่ใช้อยู่
  • แจ้งประวัติ Filler, Botox, ร้อยไหม หรือหัตถการอื่นที่เคยทำบริเวณเดียวกัน
  • หากมีแผล ผื่น หรือการอักเสบของผิว ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์หรือหัตถการที่ทำให้ผิวระคายเคือง หากได้รับคำแนะนำจากแพทย์

การดูแลหลังทำ Oligio X

  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น ซาวน่า หรืออบไอน้ำ หากผิวยังรู้สึกร้อนหรือไวต่อการสัมผัส
  • หลีกเลี่ยงแดดจัด และใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่อ่อนโยนหากผิวยังมีอาการระคายเคือง
  • สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ หากไม่มีอาการระคายเคืองมาก
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำเพิ่มเติมของแพทย์หลังทำ

Oligio X vs Ultraformer III vs Ultherapy Prime ต่างกันอย่างไร?

Oligio X, Ultraformer III และ Ultherapy Prime เป็นหัตถการยกกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ใช้พลังงานและมีวิธีการทำงานแตกต่างกัน

หัวข้อOligio XUltraformer IIIUltherapy Prime
เทคโนโลยีMonopolar RFMMFU / Focused UltrasoundMicro-Focused Ultrasound with Visualization (MFU-V)
หลักการสร้างความร้อนแบบกระจายในเนื้อเยื่อเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนสร้างจุดพลังงาน Ultrasound ตามระดับความลึกสร้างจุดพลังงาน Ultrasound พร้อมระบบ Visualization
การวางพลังงานใช้ G / X Mode เพื่อปรับการกระจายความร้อนเลือก Cartridge ตามระดับความลึกเลือก Transducer และดูชั้นเนื้อเยื่อแบบ Real-Time
Real-Time Visualizationไม่มี Ultrasound Visualizationไม่มีมี
จุดเด่นBulk Heating + Cooling + G/X Dual ModeFocused Ultrasound หลายระดับความลึกFocused Ultrasound พร้อม Visualization
Downtimeน้อยน้อยน้อย

ไม่มีเครื่องไหนเหมาะกับทุกคนเหมือนกัน ควรเลือกจาก ปัญหาผิว ระดับความหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้า งบประมาณ ความรู้สึกระหว่างทำ และผลลัพธ์ที่ต้องการ

ข้อดีของ Oligio X

  • ใช้ Monopolar RF เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและเพิ่มความกระชับของผิว
  • มี G / X Dual Mode สำหรับวางแผนการกระจายความร้อนหลายระดับ
  • มีระบบ Cooling และ Real-Time Impedance Monitoring
  • Downtime น้อย สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว
  • สามารถปรับพลังงานและแผนการรักษาตามสภาพผิวของแต่ละคนได้

ข้อจำกัดของ Oligio X

  • ผลลัพธ์ไม่ถาวรและแตกต่างกันในแต่ละคน
  • ไม่สามารถทดแทนการผ่าตัดดึงหน้าในผู้ที่มีความหย่อนคล้อยมาก
  • อาจมีรอยแดง บวม หรือรู้สึกอุ่นหลังทำชั่วคราว
  • จำนวนช็อตและระดับพลังงานที่เหมาะสมต้องได้รับการประเมินเป็นรายบุคคล

Oligio X ปลอดภัยไหม?

Oligio X มีระบบ Cooling และ Real-Time Impedance Monitoring เพื่อช่วยควบคุมการส่งพลังงานและความร้อนระหว่างทำ

อย่างไรก็ตาม หัตถการ RF ยังสามารถมีผลข้างเคียงได้ จึงควรได้รับการประเมินสภาพผิว ประวัติสุขภาพ และหัตถการที่เคยทำมาก่อน เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละคน

ทำไมต้องทำ Oligio X ที่ Smooth Clinic?

  • ก่อนทำแพทย์จะประเมินสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย เพื่อวางแผนจำนวนช็อต Mode และระดับพลังงานให้เหมาะกับแต่ละคน
  • ใช้ Oligio X เครื่องแท้ และหัวทิปที่ตรวจสอบแหล่งที่มาได้
  • มีคำแนะนำในการดูแลหลังทำและช่องทางติดต่อหากเกิดอาการผิดปกติ
  • มีรีวิวหรือภาพ Before & After ที่สามารถตรวจสอบได้
  • Smooth Clinic ตั้งอยู่ที่ Times Square อโศก ใกล้ BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท

สอบถามข้อมูลและนัดประเมินได้ที่ LINE: @smoothclinic หรือโทร 088-121-8888

สรุป

Oligio X เป็นเทคโนโลยี Monopolar RF ที่พัฒนาต่อยอดจาก Oligio รุ่นเดิม โดยเพิ่ม G / X Dual Mode ระบบ Cooling และ Real-Time Impedance Monitoring เพื่อช่วยให้แพทย์วางแผนการส่งพลังงานได้ละเอียดขึ้น

เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด หรืออยากกระตุ้นคอลลาเจนโดยไม่ต้องผ่าตัดและมี Downtime น้อย

ผลลัพธ์ จำนวนช็อต และระดับพลังงานที่เหมาะสมแตกต่างกันในแต่ละคน จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนทำ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Oligio X

Oligio X เจ็บไหม?

ระหว่างทำอาจรู้สึกอุ่นหรือร้อนสลับกับความเย็นจากระบบ Cooling ความรู้สึกจะแตกต่างกันในแต่ละคน

Oligio X ต้องใช้กี่ช็อต?

ไม่มีจำนวนมาตรฐานสำหรับทุกคน จำนวนที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับขนาดใบหน้า บริเวณ ระดับความหย่อนคล้อย และแผนการรักษา

Oligio X เห็นผลเมื่อไหร่?

บางคนอาจรู้สึกว่าผิวแน่นขึ้นหลังทำ และผลจะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงประมาณ 1–3 เดือน จากกระบวนการสร้างและปรับโครงสร้างคอลลาเจน

Oligio X อยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไปอาจประเมินผลอยู่ในช่วงประมาณ 6–12 เดือน แต่ระยะเวลาจริงแตกต่างกันตามอายุ สภาพผิว พลังงานที่ใช้ และการตอบสนองของแต่ละคน

หลังทำ Oligio X ต้องพักฟื้นไหม?

ส่วนใหญ่มี Downtime น้อยและสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ แต่อาจมีรอยแดง บวม หรือรู้สึกอุ่นบริเวณผิวชั่วคราว

Oligio X ต่างจาก Oligio รุ่นเดิมอย่างไร?

ทั้งสองใช้เทคโนโลยี Monopolar RF แต่ Oligio X เพิ่ม G / X Dual Mode ระบบ Cooling ที่พัฒนาขึ้น และระบบควบคุมการส่งพลังงานที่ละเอียดขึ้น

Oligio X กับ Ultherapy Prime ต่างกันอย่างไร?

Oligio X ใช้ Monopolar RF เพื่อสร้างความร้อนแบบกระจายในเนื้อเยื่อ ส่วน Ultherapy Prime ใช้ Micro-Focused Ultrasound และมี Real-Time Ultrasound Visualization จึงมีหลักการทำงานและวิธีวางพลังงานแตกต่างกัน

แหล่งอ้างอิง

  1. Radiofrequency facial rejuvenation: Evidence-based effect. PubMed Central
  2. Evaluating the effectiveness and safety of radiofrequency for face tightening: a systematic review. PubMed
  3. Radio Frequency (RF) Skin Tightening: Benefits & Risks. Cleveland Clinic
  4. Efficacy and Safety of Monopolar Radiofrequency for Tightening the Skin of Aged Faces. MDPI
  5. Efficacy and Safety of Monopolar Radiofrequency for Treatment of Lower Facial Laxity in Asians. PubMed Central
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
นพ. ชัยวัฒน์ ทรงศิริพันธุ์ (หมอจุ๊ย)
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประสบการณ์ด้านความงามและผิวพรรณ มากกว่า 10 ปี
บทความอัปเดตล่าสุด: 09/30/2026
ปรึกษาคุณหมอผ่าน Line