โบท็อกซ์คอ ลดปวด+ลำคอเรียว เห็นผลไวใน 7 วัน!

“โบท็อกซ์คอ” อาจยังไม่ใช่คำที่คุ้นหูเท่าการฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยหรือกราม แต่ในวงการแพทย์ความงาม นี่คือหนึ่งในหัตถการที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในแง่ของการยกกระชับแนวกรอบหน้า ลดเส้นแนวตั้งบริเวณคอ และบรรเทาอาการปวดตึงเรื้อรังจาก office syndrome โดยไม่ต้องผ่าตัด

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับโบท็อกซ์คออย่างละเอียด ตั้งแต่หลักการทำงาน จุดที่ฉีด ผลลัพธ์ ปริมาณยูนิต เทคนิคพิเศษอย่าง Nefertiti Lift ไปจนถึงข้อควรระวัง เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจภายใต้ข้อมูลที่ถูกต้อง

สารบัญ hide

โบท็อกซ์คอคืออะไร? ใช้ฉีดเพื่อลดอะไรได้บ้าง

การฉีดโบท็อกซ์คอ (Neck Botox) คือการใช้สาร Botulinum Toxin Type A ในปริมาณที่เหมาะสม ฉีดเข้าบริเวณกล้ามเนื้อคอบางมัด เพื่อปรับสมดุลการทำงานของกล้ามเนื้อ และลดการหดเกร็งที่ทำให้เกิดริ้วรอยหรือความตึงผิดปกติ โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด

โบท็อกซ์ที่ใช้ต้องเป็นชนิดที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) เช่น Allergan, Dysport, Xeomin หรือ Neuronox ซึ่งแต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างด้านความเข้มข้นของสาร ความกระจายตัว และระยะเวลาการออกฤทธิ์

ที่คลินิกของเรา มีให้บริการทั้ง Allergan (สัญชาติอเมริกัน) และ Neuronox (สัญชาติเกาหลี) ซึ่งเป็น 2 ยี่ห้อที่ได้รับความนิยมสูงสุดในไทย ปลอดภัย เห็นผลไว และเหมาะสำหรับฉีดบริเวณคอโดยเฉพาะ โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณายี่ห้อและขนาดที่เหมาะสมกับโครงสร้างกล้ามเนื้อคอของแต่ละบุคคล

ตำแหน่งที่นิยมฉีดโบท็อกซ์บริเวณคอ

  • กล้ามเนื้อพลาทีสมา (Platysma) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อบางๆ ใต้ผิวหนังคอ
  • เส้นริ้วคอแนวตั้ง (Platysmal Bands) ที่เห็นชัดเมื่อแสดงสีหน้า
  • แนวกรอบล่างของใบหน้า (Lower Jawline) ที่กล้ามเนื้อคอลากลงจนทำให้กรอบหน้าไม่ชัด

การฉีดโบท็อกซ์ในตำแหน่งเหล่านี้จะช่วยให้คอดูเรียบเนียนขึ้น และลดแรงดึงของกล้ามเนื้อคอบางส่วนที่ทำให้ใบหน้าดูหย่อนคล้อย

โบท็อกซ์คอเหมาะสำหรับการลดอะไร?

  1. ริ้วรอยเส้นแนวตั้งที่คอ: มักพบในผู้ที่มีกล้ามเนื้อคอทำงานมาก เช่น พูดบ่อย หรือแสดงสีหน้าทางอารมณ์ชัดเจน
  2. กล้ามเนื้อคอหดเกร็งหรือมีเส้นคอตึง: พบในผู้ที่มีลักษณะ postural imbalance หรือใช้งานคอบ่าไหล่หนัก
  3. ความหย่อนคล้อยจากแรงดึงของกล้ามเนื้อคอ: เช่น กล้ามเนื้อพลาทีสมาลากกรอบหน้าลง
  4. ใช้ประกอบเทคนิคยกกระชับอื่น: เช่น Nefertiti Lift ร่วมกับการฉีดโบท็อกซ์บริเวณกรอบหน้าเพื่อยกกระชับใบหน้าและลำคอ

โบท็อกซ์คอไม่ได้ใช้เพื่อแก้ปัญหาคอใหญ่มาจากไขมันสะสม หรือหนังคอหย่อนจากอายุที่มากขึ้นโดยตรง ซึ่งกรณีเหล่านี้อาจต้องพิจารณาวิธีการรักษาอื่นร่วมด้วย เช่น HIFU, RF หรือการผ่าตัด

โบท็อกซ์คอช่วยลดปวด office syndrome ได้จริงไหม?

หลายคนที่มีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ จากการนั่งทำงานนาน ๆ หรือจากภาวะที่เรียกว่า office syndrome อาจเคยได้ยินว่า “ฉีดโบท็อกซ์คอช่วยบรรเทาอาการได้” ซึ่งคำถามก็คือ ใช่หรือไม่?

คำตอบคือ “อาจช่วยได้” ในกรณีที่ต้นตอของอาการเกิดจาก กล้ามเนื้อคอหรือบ่าที่หดเกร็งเกินไป โดยเฉพาะกล้ามเนื้อกลุ่มที่อยู่ลึก เช่น Upper Trapezius, Levator Scapulae, หรือกล้ามเนื้อบริเวณฐานกะโหลกด้านหลัง ซึ่งเมื่อมีการเกร็งเรื้อรัง จะส่งผลให้เกิดอาการปวดคอร้าวลงไหล่หรือขึ้นศีรษะได้

การฉีดโบท็อกซ์ในบริเวณกล้ามเนื้อเหล่านี้ จะช่วยลดการหดตัว ลดความตึงของกล้ามเนื้อ ส่งผลให้ความเจ็บปวดลดลง ซึ่งเหมาะกับผู้ที่

  • มีอาการปวดคอจากการเกร็งเรื้อรัง ไม่ตอบสนองต่อการนวดหรือกายภาพ
  • มี trigger point หรือตำแหน่งตึงเฉพาะเจาะจง
  • ปวดแบบ recurring และทราบตำแหน่งกล้ามเนื้อชัดเจน

จุดที่นิยมฉีดเพื่อลดอาการ office syndrome

  • กล้ามเนื้อ Upper Trapezius: บ่า ไหล่
  • กล้ามเนื้อ Levator Scapulae: เชื่อมจากไหล่ขึ้นคอ
  • กล้ามเนื้อ Suboccipital: ฐานกะโหลกด้านหลัง
  • กล้ามเนื้อพลาทีสมา (Platysma): กรณีที่ดึงลงกรอบหน้าและทำให้ปวดแนวคอด้านหน้า

โบท็อกซ์คอไม่ใช่การรักษา office syndrome โดยตรง

แม้โบท็อกซ์จะช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อได้จริงในบางตำแหน่ง แต่ ไม่ได้ใช้รักษา office syndrome แทนการทำกายภาพบำบัด หรือปรับพฤติกรรมการใช้งาน และควรให้แพทย์ประเมินว่าอาการปวดที่เกิดขึ้นนั้นมาจากกล้ามเนื้อชนิดใดก่อนฉีดทุกครั้ง

โบท็อกซ์คอแบบไหนใช้ได้กับผู้ชาย?

แม้โบท็อกซ์จะถูกมองว่าเป็นหัตถการยอดนิยมในกลุ่มผู้หญิง แต่ปัจจุบัน ผู้ชายจำนวนมากก็เข้ารับบริการฉีดโบท็อกซ์คอ เพื่อปรับลำคอให้ดูยาว เรียว หรือช่วยลดอาการปวดจากกล้ามเนื้อบ่าไหล่ตึงเรื้อรัง

อย่างไรก็ตาม การฉีดโบท็อกซ์คอในผู้ชาย ต้องใช้เทคนิคและการประเมินที่ต่างจากผู้หญิง เนื่องจากมวลกล้ามเนื้อโดยธรรมชาติมักใหญ่ แข็งแรง และตอบสนองต่อโบท็อกซ์ต่างกัน

จุดที่นิยมฉีดโบท็อกซ์คอในผู้ชาย

  • กล้ามเนื้อ Platysma: ลดเส้นแนวตั้งบริเวณคอ ช่วยให้ดูเรียบ ไม่ดูดึงใบหน้าลง
  • แนวกรอบหน้า (Jawline): เสริมความชัดของกรอบหน้า โดยเฉพาะคนที่มีเหนียงจากแรงดึง
  • Upper Trapezius / Levator Scapulae: ในกรณีที่ปวดคอ บ่า ไหล่ จากท่าทางหรือ office syndrome

ประเภทโบท็อกซ์ที่มักใช้ในผู้ชาย

  • Allergan: สำหรับความแม่นยำสูงและต้องการผลชัดเจน
  • Neuronox / Nabota: หากต้องการคลุมบริเวณกว้าง หรือเพื่อการลดตึงกล้ามเนื้อ
  • ปริมาณยูนิตในผู้ชายมัก มากกว่าผู้หญิงเล็กน้อย เพราะกล้ามเนื้อแข็งแรงกว่า

ใครบ้างที่เหมาะกับโบท็อกซ์คอในผู้ชาย?

  • ผู้ชายที่มี เส้นคอแนวตั้งเด่นชัด แม้อายุยังน้อย
  • มีลักษณะ คอบ่าแข็งตึงเรื้อรัง จากนั่งทำงานนาน หรือออกกำลังกายหนัก
  • ต้องการใบหน้าคมและลำคอเรียวยาว โดยไม่ผ่าตัด
  • ต้องการเสริมลุคให้ดูภูมิฐานขึ้นในแบบธรรมชาติ

เทคนิค Nefertiti Lift คืออะไร? เหมาะกับใคร?

Nefertiti Lift เป็นเทคนิคการฉีดโบท็อกซ์เฉพาะทางที่ออกแบบมาเพื่อ “ยกกระชับแนวกรอบหน้าและลำคอส่วนล่าง” โดยไม่ต้องผ่าตัด ชื่อเทคนิคนี้ได้แรงบันดาลใจจาก “พระนางเนเฟอร์ติติ” แห่งอียิปต์ ที่มีลำคอเรียวยาวและกรอบหน้าคมชัด

เทคนิคนี้ช่วยปรับสมดุลการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณคอและกรามล่าง ทำให้ใบหน้าดูยกขึ้น แนวกรอบหน้าคมขึ้น และลำคอดูยาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

จุดที่ฉีดในเทคนิค Nefertiti Lift

  • แนวกรอบหน้าด้านล่าง (Lower jawline): ลดแรงดึงจากกล้ามเนื้อที่ลากกรอบหน้าลง
  • กล้ามเนื้อ Platysma: คลายแรงดึงที่ดึงคอลง ทำให้แนวคอดูตึงขึ้น
  • มุมกราม: กรณีที่กล้ามเนื้อ Masseter มีส่วนลากหน้าลงด้านข้างร่วมด้วย

การฉีดจะเน้น ปรับทิศทางแรงดึงของกล้ามเนื้อ ให้สมดุล โดยไม่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงเกินไป

เหมาะกับใครบ้าง?

  • ผู้ที่มี กรอบหน้าไม่ชัด, คอและใบหน้าดูล้า หรือไม่สดใส
  • ผู้ที่เริ่มมี ความหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง บริเวณคอและแนวกราม
  • ไม่ต้องการ downtime จากการผ่าตัด หรือไม่มีเวลาพักฟื้น
  • เหมาะทั้ง ผู้หญิงและผู้ชาย โดยเฉพาะวัยทำงานที่ต้องใช้ภาพลักษณ์สื่อสาร

เทคนิคนี้ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ เห็นผลใน 5–14 วัน และอยู่ได้นาน 3–6 เดือน หากทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงจะลดความเสี่ยงและให้ผลลัพธ์แม่นยำขึ้นอย่างมาก

โบท็อกซ์คอช่วยให้ลำคอเรียวขึ้นยังไง?

ลำคอที่ดูใหญ่ ไม่กระชับ หรือมีเส้นริ้วแนวตั้ง อาจเกิดจากกล้ามเนื้อคอที่ทำงานมากกว่าปกติ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อ พลาทีสมา (Platysma) ซึ่งเป็นแผ่นกล้ามเนื้อบางใต้ผิวหนังคอ หากกล้ามเนื้อมัดนี้ตึงหรือหดตัวมากเกินไป จะดึงใบหน้าช่วงล่างลง และทำให้คอดูเป็นเส้นแนวตั้ง หรือคอไม่เรียวได้

การฉีดโบท็อกซ์บริเวณนี้จะช่วย ลดแรงดึงของกล้ามเนื้อคอ ทำให้ลำคอดูเรียบเนียนขึ้น และ ช่วยเปิดแนวกรอบหน้าด้านล่างให้ชัดเจนขึ้น ส่งผลให้คอดูเรียวยาวและสมส่วนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

จุดที่ฉีดเพื่อความเรียวของลำคอ

  • กล้ามเนื้อ Platysma: ฉีดกระจายตามแนวตั้งของเส้นคอ เพื่อคลายแรงดึงและลดเส้นริ้ว
  • ขอบกรอบหน้าล่าง (Lower jawline): กรณีที่กล้ามเนื้อคอลากลงใบหน้า ทำให้เห็นเหนียงหรือกรอบหน้าไม่คม

แพทย์บางท่านอาจใช้เทคนิคที่เรียกว่า “Nefertiti Lift” ซึ่งเป็นการฉีดโบท็อกซ์ตามแนวกรอบหน้าร่วมกับลำคอ เพื่อยกกระชับและปรับแนวลำคอให้ดูยาวสมส่วน

ใครบ้างที่เหมาะกับการฉีดเพื่อให้คอเรียว?

  • ผู้ที่มีเส้นคอแนวตั้งชัดเจน แม้อายุยังน้อย
  • กรอบหน้าไม่คม เห็นเหนียงชัดเวลาพูดหรือยิ้ม
  • คอหดสั้นจากแรงดึงของกล้ามเนื้อคอ
  • ต้องการผลลัพธ์ลำคอที่เรียวยาว โดยไม่ต้องผ่าตัด

ฉีดโบท็อกซ์คอ เหมาะกับใครบ้าง?

แม้การฉีดโบท็อกซ์คอจะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัดและเห็นผลไว แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับ “ปัญหาที่แท้จริงของแต่ละบุคคล” และ “โครงสร้างกล้ามเนื้อคอเฉพาะบุคคล” ที่แตกต่างกัน

กลุ่มที่เหมาะกับการฉีดโบท็อกซ์คอ

  • ผู้ที่มีเส้นริ้วแนวตั้งบริเวณลำคอ (platysmal bands) ซึ่งเห็นชัดเวลาพูด ยิ้มหรือเคลื่อนไหวใบหน้า
  • คนไข้ที่มีกรอบหน้าหลุด ไม่ชัด จากแรงดึงของกล้ามเนื้อคอ โดยเฉพาะบริเวณกรามล่าง
  • ผู้ที่มีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ จากภาวะกล้ามเนื้อตึง (myofascial pain) และได้รับการประเมินว่าเกิดจากกล้ามเนื้อ
  • ผู้ที่ต้องการลำคอเรียวยาว โดยไม่ใช้วิธีผ่าตัด หรือไม่ต้องการ downtime
  • คนที่ต้องการผลลัพธ์เสริมกับหัตถการอื่น เช่น HIFU, Ulthera, Thermage หรือฟิลเลอร์กรอบหน้า

กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อน

  • หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีประวัติโรคกล้ามเนื้อหรือระบบประสาท เช่น Myasthenia Gravis
  • คนที่แพ้ส่วนประกอบของโบท็อกซ์ หรือเคยเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโบท็อกซ์มาก่อน
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ชัดเจนจากไขมันใต้คอ หรือหนังคอหย่อน ซึ่งโบท็อกซ์ไม่สามารถแก้ได้โดยตรง

การประเมินว่า “เหมาะหรือไม่เหมาะ” ควรอยู่ภายใต้การตรวจร่างกายของแพทย์ และไม่ควรตัดสินใจจากรูปตัวอย่างหรือรีวิวเพียงอย่างเดียว

โบท็อกซ์คอใช้กี่ยูนิต? อยู่ได้นานแค่ไหน?

จำนวนยูนิตที่ใช้ในการฉีดโบท็อกซ์คอจะแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ, บริเวณที่ฉีด, และ วัตถุประสงค์ของการรักษา ไม่ว่าจะเป็นเพื่อความงามหรือเพื่อลดอาการปวดจากกล้ามเนื้อตึง

โดยทั่วไป แพทย์อาจใช้โบท็อกซ์ในปริมาณประมาณ:

  • Platysmal Bands (เส้นแนวตั้งคอ): 20–50 ยูนิตต่อข้าง ขึ้นกับจำนวนเส้นและความลึกของกล้ามเนื้อ
  • Nefertiti Lift (ยกกรอบหน้าร่วมกับคอ): 30–70 ยูนิต
  • ลดปวดคอ/บ่า/ไหล่ จาก office syndrome: อาจใช้ 25–100 ยูนิต ในหลายจุด

อย่างไรก็ตาม การใช้โบท็อกซ์ต้องอาศัย “การประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ” เป็นรายบุคคล เพื่อความแม่นยำ และเพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงจากการฉีดเกินหรือผิดตำแหน่ง

ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไป โบท็อกซ์คอจะเริ่มเห็นผลภายใน 5–14 วัน และ อยู่ได้นานประมาณ 3–6 เดือน แล้วแต่ยี่ห้อที่ใช้และลักษณะกล้ามเนื้อของแต่ละคน

  • Allergan: เริ่มออกฤทธิ์ใน 3–5 วัน อยู่ได้นานเฉลี่ย 4–6 เดือน
  • Neuronox: เริ่มออกฤทธิ์ใน 5–7 วัน อยู่ได้นานเฉลี่ย 3–4 เดือน

การดูแลตัวเองหลังฉีด เช่น งดนวดคอ งดออกกำลังกายหนักในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก และการฉีดต่อเนื่องอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น และลดความเสี่ยงของการดื้อโบท็อกซ์

ขั้นตอนการฉีดโบท็อกซ์คอเป็นอย่างไร?

การฉีดโบท็อกซ์คอเป็นหัตถการที่ใช้เวลาไม่นาน แต่จำเป็นต้องทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อความปลอดภัยและความแม่นยำของตำแหน่งกล้ามเนื้อ เพราะกล้ามเนื้อคอมีความซับซ้อน และเชื่อมโยงกับหลายระบบในร่างกาย เช่น ระบบการหายใจ การกลืน และการควบคุมสีหน้า

ขั้นตอนการเข้ารับบริการฉีดโบท็อกซ์คอในคลินิก

  1. ซักประวัติและประเมินร่างกาย แพทย์จะสอบถามอาการ ประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว และประเมินปัญหากล้ามเนื้อคอ เช่น ตำแหน่งที่มีเส้นริ้ว ตำแหน่งที่มีอาการปวด หรือแนวกรอบหน้าที่ต้องการปรับ
  2. เลือกยี่ห้อและปริมาณโบท็อกซ์ โดยขึ้นกับจุดประสงค์การรักษา เช่น ความงาม หรือการลดปวดกล้ามเนื้อ พร้อมคำนวณยูนิตที่เหมาะสม
  3. เตรียมผิวและทำความสะอาดบริเวณคอ อาจมีการประคบเย็นหรือทายาชาเฉพาะจุด หากคนไข้กังวลเรื่องความเจ็บ
  4. ฉีดโบท็อกซ์เข้ากล้ามเนื้อที่กำหนด ใช้เข็มขนาดเล็กพิเศษ และฉีดเฉพาะจุดที่ประเมินไว้ โดยมักใช้เวลาไม่เกิน 10–15 นาที
  5. สังเกตอาการหลังฉีด และให้คำแนะนำเบื้องต้น เช่น หลีกเลี่ยงการนวดคอ, งดนอนราบ 4 ชม., และติดตามผลประมาณ 2 สัปดาห์

เทคนิคเฉพาะทางที่ใช้ในการฉีดโบท็อกซ์คอ

  • Nefertiti Lift: ฉีดตามแนวกรอบหน้าร่วมกับ Platysmal Bands เพื่อยกกระชับโดยไม่ผ่าตัด
  • Multisite Injection: สำหรับเคสที่มีปวดหลายตำแหน่ง เช่น คอ บ่า ไหล่ ต้องใช้เทคนิคกระจายจุดอย่างแม่นยำ
  • Ultrasound-guided Injection (บางเคส): ใช้อัลตราซาวนด์ช่วยระบุตำแหน่งกล้ามเนื้อลึกที่ไม่เห็นจากภายนอก

หัตถการนี้แม้ใช้เวลาไม่นาน แต่ควรทำในคลินิกที่ได้มาตรฐาน และโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์คอต้องทำอะไรบ้าง?

การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์คอมีความสำคัญไม่น้อยกว่าขั้นตอนการฉีด เพราะส่งผลต่อการกระจายตัวของยา ความแม่นยำของผลลัพธ์ และลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะในบริเวณคอซึ่งเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อหลายมัด

สิ่งที่ควรทำหลังฉีดโบท็อกซ์คอ

  • อย่านอนราบภายใน 4 ชั่วโมงแรกหลังฉีด เพื่อป้องกันตัวยาเคลื่อนผิดตำแหน่ง
  • หลีกเลี่ยงการนวดคอหรือสัมผัสแรง ๆ บริเวณที่ฉีด อย่างน้อย 48 ชั่วโมง
  • ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมและกระจายตัวยาได้ดี
  • หมั่นสังเกตอาการผิดปกติ เช่น กลืนลำบาก หายใจลำบาก เสียงเปลี่ยน และแจ้งแพทย์ทันที

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • งดออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่ใช้กล้ามเนื้อคอมาก ภายใน 24–48 ชั่วโมงแรก
  • งดอาบน้ำร้อน อบซาวน่า หรือทำทรีตเมนต์ร้อนบริเวณคอ อย่างน้อย 3 วัน
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, NSAIDs (ถ้าไม่จำเป็น)

ระยะเวลาที่ควรติดตามผล

  • แพทย์มักนัดติดตามผลใน 2 สัปดาห์ เพื่อประเมินผลลัพธ์ และเติมจุดที่ยังไม่สมดุลหากจำเป็น
  • ควรเว้นระยะการฉีดครั้งถัดไปอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อลดความเสี่ยงการดื้อโบท็อกซ์

การดูแลที่เหมาะสมจะช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ และลดโอกาสเกิดอาการไม่พึงประสงค์อย่างได้ผล

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากโบท็อกซ์คอ

แม้การฉีดโบท็อกซ์จะถือเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูงเมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่การฉีดบริเวณ “คอ” ซึ่งเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อสำคัญหลายมัด ย่อมมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้ หากใช้ตัวยาในปริมาณที่ไม่เหมาะสม หรือฉีดผิดตำแหน่ง

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป (ไม่อันตรายและหายได้เอง)

  • รอยช้ำ หรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด
  • รู้สึกตึง ๆ ที่ลำคอ ในช่วง 2–3 วันแรก
  • รู้สึกกลืนลำบากเล็กน้อย โดยเฉพาะหากฉีดใกล้กล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืน
  • ผลลัพธ์ไม่เท่ากัน (asymmetry) หากกล้ามเนื้อสองฝั่งตอบสนองต่อยาไม่เท่ากัน

ผลข้างเคียงเหล่านี้มักเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว และหายได้เองภายใน 1–2 สัปดาห์

ผลข้างเคียงที่พบได้น้อย (ควรปรึกษาแพทย์ทันที)

  • กลืนลำบากอย่างชัดเจน หรือรู้สึกเหมือนหายใจติดขัด
  • เสียงเปลี่ยน หรือมีอาการเสียงแหบ จากผลกระทบต่อกล้ามเนื้อกล่องเสียง
  • อ่อนแรงบริเวณลำคอหรือศีรษะโน้มลง จากผลของยาแพร่กระจายเกินบริเวณเป้าหมาย

หากพบอาการเหล่านี้ ควรแจ้งแพทย์ทันที โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบประสาท

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจเพิ่มโอกาสเกิดผลข้างเคียง

  • การฉีดโดยบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์
  • การใช้โบท็อกซ์ปลอม หรือไม่ได้รับการรับรองจาก อย.
  • ฉีดปริมาณมากเกินจำเป็น หรือฉีดถี่เกินไป
  • มีประวัติเคยแพ้หรือไวต่อยาชนิดนี้

ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ควรเข้ารับบริการจากคลินิกที่ได้มาตรฐาน และมีแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านกายวิภาคของกล้ามเนื้อคอโดยเฉพาะ

โบท็อกซ์คอผิดตำแหน่งเกิดอะไรขึ้น?

การฉีดโบท็อกซ์บริเวณคอเป็นหัตถการที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง เพราะกล้ามเนื้อบริเวณนี้มีความซับซ้อน และเชื่อมโยงกับระบบการหายใจ การกลืน และการทรงตัว หากฉีดผิดตำแหน่ง อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้

อาการที่อาจเกิดขึ้นจากการฉีดโบท็อกซ์คอผิดตำแหน่ง

  • กลืนลำบาก (Dysphagia): หากโบท็อกซ์กระทบกล้ามเนื้อที่ควบคุมการกลืน
  • เสียงเปลี่ยน / เสียงแหบ: อาจเกิดจากผลกระทบต่อกล้ามเนื้อกล่องเสียง
  • ศีรษะโน้ม / คอเอียง (Head drop): หากฉีดลึกเกินไปจนกระทบกล้ามเนื้อคอที่ช่วยพยุงศีรษะ
  • ใบหน้าเบี้ยว / ไม่สมดุล: หากโบท็อกซ์กระจายสู่กล้ามเนื้อที่ไม่ได้ตั้งใจฉีด
  • ผลไม่เท่ากันทั้งสองฝั่ง: ทำให้ดูแปลกตา เช่น คอเอียงไปด้านหนึ่ง หรือกรอบหน้าผิดสมดุล

สาเหตุที่ทำให้ฉีดผิดตำแหน่งได้

  • ขาดความเข้าใจเรื่อง anatomy ของกล้ามเนื้อคอ
  • ใช้ เข็มที่ไม่เหมาะสม หรือฉีดลึกเกิน
  • ใช้ปริมาณโบท็อกซ์ มากเกินไปในบางจุด
  • ฉีดโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ หรือไม่มีประสบการณ์เฉพาะทางด้านใบหน้าและลำคอ

หากฉีดผิดแล้วแก้ไขอย่างไร?

  • อาการส่วนใหญ่มัก ค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 1–3 เดือน ตามระยะเวลาของฤทธิ์ยา
  • หากมีอาการรุนแรง เช่น กลืนไม่ได้ หรือหายใจติดขัด ควรรีบพบแพทย์
  • แพทย์อาจให้ การดูแลแบบ supportive เช่น ทานอาหารอ่อน หรือกายภาพบำบัดกล้ามเนื้อ
  • หลีกเลี่ยงการฉีดซ้ำทันที ควร รอให้ฤทธิ์ยาหมดก่อน แล้วจึงประเมินใหม่

โบท็อกซ์คอยี่ห้อไหนดี? Allergan, Nabota หรืออื่นๆ?

การเลือกยี่ห้อโบท็อกซ์สำหรับฉีดบริเวณคอเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะกล้ามเนื้อบริเวณนี้มีความละเอียดอ่อน และเกี่ยวข้องกับระบบการกลืน การหายใจ และกรอบหน้าส่วนล่าง ยี่ห้อที่เลือกใช้จึงต้อง มีความแม่นยำ, กระจายตัวยาได้เหมาะสม, และ ได้รับการรับรองความปลอดภัย

ยี่ห้อโบท็อกซ์ที่นิยมใช้ในบริเวณคอ

ยี่ห้อ ประเทศ จุดเด่น เหมาะกับใคร
Allergan สหรัฐอเมริกา ออกฤทธิ์แม่นยำ กระจายตัวน้อย เหมาะกับกล้ามเนื้อเฉพาะจุด ผู้ที่ต้องการผลชัด เน้นรูปหน้าคม กรอบหน้าชัด
Neuronox เกาหลีใต้ ราคาย่อมเยา เห็นผลไว ใช้ได้หลายตำแหน่ง คนที่ต้องการลดตึงกล้ามเนื้อ หรือฉีดบริเวณกว้าง
Nabota เกาหลีใต้ กระจายตัวปานกลาง ค่อนข้างคล้าย Allergan แต่ราคาย่อมเยากว่า คนที่ต้องการบาลานซ์ระหว่างประสิทธิภาพและงบประมาณ
Dysport อังกฤษ กระจายตัวกว้าง เหมาะกับกล้ามเนื้อใหญ่หรือฉีดหลายจุด ไม่ค่อยใช้บริเวณคอ เน้นลดปวดบ่า/ไหล่

หมายเหตุ: ปริมาณยูนิตของแต่ละยี่ห้ออาจไม่เทียบเท่ากันโดยตรง เช่น 1 ยูนิตของ Dysport ≠ 1 ยูนิตของ Allergan

เลือกยี่ห้ออย่างไรให้เหมาะกับคุณ?

  • ต้องดูจุดประสงค์การฉีด: เพื่อความงาม vs เพื่อลดปวด
  • ประเมินโดยแพทย์เท่านั้น: แพทย์จะเลือกยี่ห้อให้ตามโครงสร้างกล้ามเนื้อ และตำแหน่งการฉีดที่แม่นยำ
  • ควรใช้ยาของแท้ที่ผ่าน อย. และสามารถตรวจสอบเลขล็อตได้ชัดเจน

การเลือกยี่ห้อที่เหมาะสม ไม่ควรอิงจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาร่วมกับประสบการณ์ของแพทย์ และจุดประสงค์ของการรักษา

ราคาโบท็อกซ์คอโดยประมาณเท่าไหร่?

ราคาการฉีดโบท็อกซ์บริเวณคอจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ยี่ห้อโบท็อกซ์ที่ใช้, จำนวนยูนิต, ความยากของตำแหน่งที่ฉีด, และ ประสบการณ์ของแพทย์ผู้ฉีด โดยเฉลี่ยมักอยู่ในช่วง

ประเภทการฉีด จำนวนยูนิต
(โดยประมาณ)
ยี่ห้อที่นิยม ราคาประมาณ
(บาท)
ลดเส้นคอแนวตั้ง (Platysmal bands) 40–100 ยูนิต Allergan, Neuronox 8,000 – 25,000
ยกกระชับคอ + กรอบหน้า (Nefertiti Lift) 50–70 ยูนิต Allergan, Nabota 10,000 – 30,000
ลดปวดคอ บ่า ไหล่ (Office syndrome) 60–100 ยูนิต Neuronox, Dysport 6,000 – 18,000

ราคานี้เป็นเพียงประมาณการเบื้องต้นเท่านั้น ขึ้นกับโปรโมชันและจำนวนยูนิตที่ประเมินตามรายบุคคล

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา

  • ยี่ห้อโบท็อกซ์: Allergan มักมีราคาสูงกว่า แต่คงผลนาน
  • จำนวนยูนิตที่ใช้จริง: ผู้ที่มีกล้ามเนื้อแข็งแรงหรือฉีดหลายจุดจะใช้ยูนิตมาก
  • ประสบการณ์ของแพทย์และชื่อเสียงคลินิก: มีผลต่อราคาค่าบริการรวม

ข้อควรรู้เกี่ยวกับโปรโมชั่น

  • โปรโมชั่นควร “ระบุชื่อยี่ห้อและจำนวนยูนิตชัดเจน”
  • อย่าเลือกเพียงเพราะราคาถูก ควรตรวจสอบว่าใช้ยาของแท้หรือไม่
  • ควรมีใบรับรอง อย. และสามารถสแกน QR Code เพื่อตรวจสอบได้

เพื่อความปลอดภัยและความคุ้มค่า ควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ก่อนเสมอ เพื่อกำหนดปริมาณยูนิตที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการใช้เกินจำเป็น

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับโบท็อกซ์คอ

Q: โบท็อกซ์คออยู่ได้นานแค่ไหน?

A: อยู่ได้ประมาณ 3–6 เดือน ขึ้นกับยี่ห้อที่ใช้ (เช่น Allergan, Neuronox) และลักษณะกล้ามเนื้อคอของแต่ละบุคคล

Q: โบท็อกซ์คอใช้เวลากี่วันถึงจะเห็นผล?

A: เริ่มเห็นผลภายใน 5–14 วันหลังฉีด โดยบางคนอาจรู้สึกตึงหรือเบาขึ้นตั้งแต่ 3 วันแรก

Q: ฉีดโบท็อกซ์คอเจ็บไหม?

A: เจ็บน้อยมาก ใช้เข็มเล็กพิเศษ และสามารถทายาชาหรือประคบเย็นก่อนฉีดได้

Q: ผู้ชายสามารถฉีดโบท็อกซ์คอได้หรือไม่?

A: ได้ ผู้ชายที่มีกล้ามเนื้อคอบ่าแข็งแรงหรือมีเส้นแนวตั้งชัดเจนสามารถฉีดได้เช่นเดียวกับผู้หญิง

Q: โบท็อกซ์คอช่วยลดเหนียงได้ไหม?

A: ไม่โดยตรง โบท็อกซ์ช่วยลดแรงดึงของกล้ามเนื้อ แต่ไม่สลายไขมันเหนียง หากต้องการลดไขมันควรพิจารณาหัตถการอื่นร่วมด้วย

Q: โบท็อกซ์คออันตรายไหม?

A: หากใช้ยาแท้ และฉีดโดยแพทย์ที่มีความรู้เรื่องกายวิภาคบริเวณคอ จะมีความปลอดภัยสูง แต่อาจมีผลข้างเคียงชั่วคราวได้ในบางราย

Q: ต้องฉีดซ้ำบ่อยแค่ไหน?

A: โดยทั่วไปควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 3 เดือนในการฉีดซ้ำ เพื่อป้องกันการดื้อโบท็อกซ์และให้กล้ามเนื้อปรับตัวอย่างเหมาะสม

บทสรุป

โบท็อกซ์คอไม่ได้มีประโยชน์แค่เรื่องความสวยงาม แต่ยังตอบโจทย์เรื่องสุขภาพและการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการตึงคอบ่า หรือต้องการลำคอและกรอบหน้าที่ชัดเจนขึ้น การเลือกแพทย์ที่เข้าใจกายวิภาคคออย่างลึกซึ้ง ใช้ยาแท้ และประเมินอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ

หากคุณกำลังมองหาทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัด เห็นผลไว และไม่มีเวลาพักฟื้น โบท็อกซ์คออาจเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคุณ

smooth clinic logo light
Get This Treatment
ติดต่อเรา