
“โบท็อกซ์คอ” อาจยังไม่ใช่คำที่คุ้นหูเท่าการฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยหรือกราม แต่ในวงการแพทย์ความงาม นี่คือหนึ่งในหัตถการที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในแง่ของการยกกระชับแนวกรอบหน้า ลดเส้นแนวตั้งบริเวณคอ และบรรเทาอาการปวดตึงเรื้อรังจาก office syndrome โดยไม่ต้องผ่าตัด
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับโบท็อกซ์คออย่างละเอียด ตั้งแต่หลักการทำงาน จุดที่ฉีด ผลลัพธ์ ปริมาณยูนิต เทคนิคพิเศษอย่าง Nefertiti Lift ไปจนถึงข้อควรระวัง เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจภายใต้ข้อมูลที่ถูกต้อง
การฉีดโบท็อกซ์คอ (Neck Botox) คือการใช้สาร Botulinum Toxin Type A ในปริมาณที่เหมาะสม ฉีดเข้าบริเวณกล้ามเนื้อคอบางมัด เพื่อปรับสมดุลการทำงานของกล้ามเนื้อ และลดการหดเกร็งที่ทำให้เกิดริ้วรอยหรือความตึงผิดปกติ โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด
โบท็อกซ์ที่ใช้ต้องเป็นชนิดที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) เช่น Allergan, Dysport, Xeomin หรือ Neuronox ซึ่งแต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างด้านความเข้มข้นของสาร ความกระจายตัว และระยะเวลาการออกฤทธิ์
ที่คลินิกของเรา มีให้บริการทั้ง Allergan (สัญชาติอเมริกัน) และ Neuronox (สัญชาติเกาหลี) ซึ่งเป็น 2 ยี่ห้อที่ได้รับความนิยมสูงสุดในไทย ปลอดภัย เห็นผลไว และเหมาะสำหรับฉีดบริเวณคอโดยเฉพาะ โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณายี่ห้อและขนาดที่เหมาะสมกับโครงสร้างกล้ามเนื้อคอของแต่ละบุคคล
การฉีดโบท็อกซ์ในตำแหน่งเหล่านี้จะช่วยให้คอดูเรียบเนียนขึ้น และลดแรงดึงของกล้ามเนื้อคอบางส่วนที่ทำให้ใบหน้าดูหย่อนคล้อย
โบท็อกซ์คอไม่ได้ใช้เพื่อแก้ปัญหาคอใหญ่มาจากไขมันสะสม หรือหนังคอหย่อนจากอายุที่มากขึ้นโดยตรง ซึ่งกรณีเหล่านี้อาจต้องพิจารณาวิธีการรักษาอื่นร่วมด้วย เช่น HIFU, RF หรือการผ่าตัด
หลายคนที่มีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ จากการนั่งทำงานนาน ๆ หรือจากภาวะที่เรียกว่า office syndrome อาจเคยได้ยินว่า “ฉีดโบท็อกซ์คอช่วยบรรเทาอาการได้” ซึ่งคำถามก็คือ ใช่หรือไม่?
คำตอบคือ “อาจช่วยได้” ในกรณีที่ต้นตอของอาการเกิดจาก กล้ามเนื้อคอหรือบ่าที่หดเกร็งเกินไป โดยเฉพาะกล้ามเนื้อกลุ่มที่อยู่ลึก เช่น Upper Trapezius, Levator Scapulae, หรือกล้ามเนื้อบริเวณฐานกะโหลกด้านหลัง ซึ่งเมื่อมีการเกร็งเรื้อรัง จะส่งผลให้เกิดอาการปวดคอร้าวลงไหล่หรือขึ้นศีรษะได้
การฉีดโบท็อกซ์ในบริเวณกล้ามเนื้อเหล่านี้ จะช่วยลดการหดตัว ลดความตึงของกล้ามเนื้อ ส่งผลให้ความเจ็บปวดลดลง ซึ่งเหมาะกับผู้ที่
แม้โบท็อกซ์จะช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อได้จริงในบางตำแหน่ง แต่ ไม่ได้ใช้รักษา office syndrome แทนการทำกายภาพบำบัด หรือปรับพฤติกรรมการใช้งาน และควรให้แพทย์ประเมินว่าอาการปวดที่เกิดขึ้นนั้นมาจากกล้ามเนื้อชนิดใดก่อนฉีดทุกครั้ง
แม้โบท็อกซ์จะถูกมองว่าเป็นหัตถการยอดนิยมในกลุ่มผู้หญิง แต่ปัจจุบัน ผู้ชายจำนวนมากก็เข้ารับบริการฉีดโบท็อกซ์คอ เพื่อปรับลำคอให้ดูยาว เรียว หรือช่วยลดอาการปวดจากกล้ามเนื้อบ่าไหล่ตึงเรื้อรัง
อย่างไรก็ตาม การฉีดโบท็อกซ์คอในผู้ชาย ต้องใช้เทคนิคและการประเมินที่ต่างจากผู้หญิง เนื่องจากมวลกล้ามเนื้อโดยธรรมชาติมักใหญ่ แข็งแรง และตอบสนองต่อโบท็อกซ์ต่างกัน
Nefertiti Lift เป็นเทคนิคการฉีดโบท็อกซ์เฉพาะทางที่ออกแบบมาเพื่อ “ยกกระชับแนวกรอบหน้าและลำคอส่วนล่าง” โดยไม่ต้องผ่าตัด ชื่อเทคนิคนี้ได้แรงบันดาลใจจาก “พระนางเนเฟอร์ติติ” แห่งอียิปต์ ที่มีลำคอเรียวยาวและกรอบหน้าคมชัด
เทคนิคนี้ช่วยปรับสมดุลการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณคอและกรามล่าง ทำให้ใบหน้าดูยกขึ้น แนวกรอบหน้าคมขึ้น และลำคอดูยาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
การฉีดจะเน้น ปรับทิศทางแรงดึงของกล้ามเนื้อ ให้สมดุล โดยไม่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงเกินไป
เทคนิคนี้ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ เห็นผลใน 5–14 วัน และอยู่ได้นาน 3–6 เดือน หากทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงจะลดความเสี่ยงและให้ผลลัพธ์แม่นยำขึ้นอย่างมาก
ลำคอที่ดูใหญ่ ไม่กระชับ หรือมีเส้นริ้วแนวตั้ง อาจเกิดจากกล้ามเนื้อคอที่ทำงานมากกว่าปกติ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อ พลาทีสมา (Platysma) ซึ่งเป็นแผ่นกล้ามเนื้อบางใต้ผิวหนังคอ หากกล้ามเนื้อมัดนี้ตึงหรือหดตัวมากเกินไป จะดึงใบหน้าช่วงล่างลง และทำให้คอดูเป็นเส้นแนวตั้ง หรือคอไม่เรียวได้
การฉีดโบท็อกซ์บริเวณนี้จะช่วย ลดแรงดึงของกล้ามเนื้อคอ ทำให้ลำคอดูเรียบเนียนขึ้น และ ช่วยเปิดแนวกรอบหน้าด้านล่างให้ชัดเจนขึ้น ส่งผลให้คอดูเรียวยาวและสมส่วนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
แพทย์บางท่านอาจใช้เทคนิคที่เรียกว่า “Nefertiti Lift” ซึ่งเป็นการฉีดโบท็อกซ์ตามแนวกรอบหน้าร่วมกับลำคอ เพื่อยกกระชับและปรับแนวลำคอให้ดูยาวสมส่วน
แม้การฉีดโบท็อกซ์คอจะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัดและเห็นผลไว แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับ “ปัญหาที่แท้จริงของแต่ละบุคคล” และ “โครงสร้างกล้ามเนื้อคอเฉพาะบุคคล” ที่แตกต่างกัน
การประเมินว่า “เหมาะหรือไม่เหมาะ” ควรอยู่ภายใต้การตรวจร่างกายของแพทย์ และไม่ควรตัดสินใจจากรูปตัวอย่างหรือรีวิวเพียงอย่างเดียว
จำนวนยูนิตที่ใช้ในการฉีดโบท็อกซ์คอจะแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ, บริเวณที่ฉีด, และ วัตถุประสงค์ของการรักษา ไม่ว่าจะเป็นเพื่อความงามหรือเพื่อลดอาการปวดจากกล้ามเนื้อตึง
อย่างไรก็ตาม การใช้โบท็อกซ์ต้องอาศัย “การประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ” เป็นรายบุคคล เพื่อความแม่นยำ และเพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงจากการฉีดเกินหรือผิดตำแหน่ง
โดยทั่วไป โบท็อกซ์คอจะเริ่มเห็นผลภายใน 5–14 วัน และ อยู่ได้นานประมาณ 3–6 เดือน แล้วแต่ยี่ห้อที่ใช้และลักษณะกล้ามเนื้อของแต่ละคน
การดูแลตัวเองหลังฉีด เช่น งดนวดคอ งดออกกำลังกายหนักในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก และการฉีดต่อเนื่องอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น และลดความเสี่ยงของการดื้อโบท็อกซ์
การฉีดโบท็อกซ์คอเป็นหัตถการที่ใช้เวลาไม่นาน แต่จำเป็นต้องทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อความปลอดภัยและความแม่นยำของตำแหน่งกล้ามเนื้อ เพราะกล้ามเนื้อคอมีความซับซ้อน และเชื่อมโยงกับหลายระบบในร่างกาย เช่น ระบบการหายใจ การกลืน และการควบคุมสีหน้า
หัตถการนี้แม้ใช้เวลาไม่นาน แต่ควรทำในคลินิกที่ได้มาตรฐาน และโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์คอมีความสำคัญไม่น้อยกว่าขั้นตอนการฉีด เพราะส่งผลต่อการกระจายตัวของยา ความแม่นยำของผลลัพธ์ และลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะในบริเวณคอซึ่งเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อหลายมัด
การดูแลที่เหมาะสมจะช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ และลดโอกาสเกิดอาการไม่พึงประสงค์อย่างได้ผล
แม้การฉีดโบท็อกซ์จะถือเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูงเมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่การฉีดบริเวณ “คอ” ซึ่งเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อสำคัญหลายมัด ย่อมมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้ หากใช้ตัวยาในปริมาณที่ไม่เหมาะสม หรือฉีดผิดตำแหน่ง
ผลข้างเคียงเหล่านี้มักเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว และหายได้เองภายใน 1–2 สัปดาห์
หากพบอาการเหล่านี้ ควรแจ้งแพทย์ทันที โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบประสาท
ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ควรเข้ารับบริการจากคลินิกที่ได้มาตรฐาน และมีแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านกายวิภาคของกล้ามเนื้อคอโดยเฉพาะ
การฉีดโบท็อกซ์บริเวณคอเป็นหัตถการที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง เพราะกล้ามเนื้อบริเวณนี้มีความซับซ้อน และเชื่อมโยงกับระบบการหายใจ การกลืน และการทรงตัว หากฉีดผิดตำแหน่ง อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้
การเลือกยี่ห้อโบท็อกซ์สำหรับฉีดบริเวณคอเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะกล้ามเนื้อบริเวณนี้มีความละเอียดอ่อน และเกี่ยวข้องกับระบบการกลืน การหายใจ และกรอบหน้าส่วนล่าง ยี่ห้อที่เลือกใช้จึงต้อง มีความแม่นยำ, กระจายตัวยาได้เหมาะสม, และ ได้รับการรับรองความปลอดภัย
| ยี่ห้อ | ประเทศ | จุดเด่น | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|
| Allergan | สหรัฐอเมริกา | ออกฤทธิ์แม่นยำ กระจายตัวน้อย เหมาะกับกล้ามเนื้อเฉพาะจุด | ผู้ที่ต้องการผลชัด เน้นรูปหน้าคม กรอบหน้าชัด |
| Neuronox | เกาหลีใต้ | ราคาย่อมเยา เห็นผลไว ใช้ได้หลายตำแหน่ง | คนที่ต้องการลดตึงกล้ามเนื้อ หรือฉีดบริเวณกว้าง |
| Nabota | เกาหลีใต้ | กระจายตัวปานกลาง ค่อนข้างคล้าย Allergan แต่ราคาย่อมเยากว่า | คนที่ต้องการบาลานซ์ระหว่างประสิทธิภาพและงบประมาณ |
| Dysport | อังกฤษ | กระจายตัวกว้าง เหมาะกับกล้ามเนื้อใหญ่หรือฉีดหลายจุด | ไม่ค่อยใช้บริเวณคอ เน้นลดปวดบ่า/ไหล่ |
หมายเหตุ: ปริมาณยูนิตของแต่ละยี่ห้ออาจไม่เทียบเท่ากันโดยตรง เช่น 1 ยูนิตของ Dysport ≠ 1 ยูนิตของ Allergan
การเลือกยี่ห้อที่เหมาะสม ไม่ควรอิงจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาร่วมกับประสบการณ์ของแพทย์ และจุดประสงค์ของการรักษา
ราคาการฉีดโบท็อกซ์บริเวณคอจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ยี่ห้อโบท็อกซ์ที่ใช้, จำนวนยูนิต, ความยากของตำแหน่งที่ฉีด, และ ประสบการณ์ของแพทย์ผู้ฉีด โดยเฉลี่ยมักอยู่ในช่วง
| ประเภทการฉีด | จำนวนยูนิต (โดยประมาณ) |
ยี่ห้อที่นิยม | ราคาประมาณ (บาท) |
|---|---|---|---|
| ลดเส้นคอแนวตั้ง (Platysmal bands) | 40–100 ยูนิต | Allergan, Neuronox | 8,000 – 25,000 |
| ยกกระชับคอ + กรอบหน้า (Nefertiti Lift) | 50–70 ยูนิต | Allergan, Nabota | 10,000 – 30,000 |
| ลดปวดคอ บ่า ไหล่ (Office syndrome) | 60–100 ยูนิต | Neuronox, Dysport | 6,000 – 18,000 |
ราคานี้เป็นเพียงประมาณการเบื้องต้นเท่านั้น ขึ้นกับโปรโมชันและจำนวนยูนิตที่ประเมินตามรายบุคคล
เพื่อความปลอดภัยและความคุ้มค่า ควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ก่อนเสมอ เพื่อกำหนดปริมาณยูนิตที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการใช้เกินจำเป็น
A: อยู่ได้ประมาณ 3–6 เดือน ขึ้นกับยี่ห้อที่ใช้ (เช่น Allergan, Neuronox) และลักษณะกล้ามเนื้อคอของแต่ละบุคคล
A: เริ่มเห็นผลภายใน 5–14 วันหลังฉีด โดยบางคนอาจรู้สึกตึงหรือเบาขึ้นตั้งแต่ 3 วันแรก
A: เจ็บน้อยมาก ใช้เข็มเล็กพิเศษ และสามารถทายาชาหรือประคบเย็นก่อนฉีดได้
A: ได้ ผู้ชายที่มีกล้ามเนื้อคอบ่าแข็งแรงหรือมีเส้นแนวตั้งชัดเจนสามารถฉีดได้เช่นเดียวกับผู้หญิง
A: ไม่โดยตรง โบท็อกซ์ช่วยลดแรงดึงของกล้ามเนื้อ แต่ไม่สลายไขมันเหนียง หากต้องการลดไขมันควรพิจารณาหัตถการอื่นร่วมด้วย
A: หากใช้ยาแท้ และฉีดโดยแพทย์ที่มีความรู้เรื่องกายวิภาคบริเวณคอ จะมีความปลอดภัยสูง แต่อาจมีผลข้างเคียงชั่วคราวได้ในบางราย
A: โดยทั่วไปควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 3 เดือนในการฉีดซ้ำ เพื่อป้องกันการดื้อโบท็อกซ์และให้กล้ามเนื้อปรับตัวอย่างเหมาะสม
โบท็อกซ์คอไม่ได้มีประโยชน์แค่เรื่องความสวยงาม แต่ยังตอบโจทย์เรื่องสุขภาพและการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการตึงคอบ่า หรือต้องการลำคอและกรอบหน้าที่ชัดเจนขึ้น การเลือกแพทย์ที่เข้าใจกายวิภาคคออย่างลึกซึ้ง ใช้ยาแท้ และประเมินอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ
หากคุณกำลังมองหาทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัด เห็นผลไว และไม่มีเวลาพักฟื้น โบท็อกซ์คออาจเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคุณ