ฟิลเลอร์ Neuramis ดีไหม ฉีดจุดไหนได้บ้าง รีวิว 2026

ฟิลเลอร์ Neuramis เป็นหนึ่งในฟิลเลอร์เกาหลีที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในปี 2025 ด้วยคุณสมบัติของเนื้อเจลที่นุ่มละเอียด ดูเป็นธรรมชาติ และผ่านการรับรองจาก อย. ไทย อย่างถูกต้อง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ละมุนขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด

Neuramis ถูกพัฒนาโดยบริษัท Medytox ผู้ผลิตโบท็อกซ์ชื่อดัง “Neuronox” ที่ได้รับการยอมรับในวงการความงามทั่วโลก จุดเด่นของฟิลเลอร์แบรนด์นี้คือเทคโนโลยี SHAPE™ ซึ่งช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์คงตัวดี กระจายเรียบ และลดโอกาสการอักเสบหลังฉีด

ด้วยราคาที่เข้าถึงได้และคุณภาพที่เชื่อถือได้ ฟิลเลอร์ Neuramis จึงกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมในคลินิกความงามระดับมืออาชีพ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ต้องการลุคสวยละมุน ดูอ่อนเยาว์แบบธรรมชาติ และสามารถปรับแก้ได้หากไม่พอใจกับผลลัพธ์

สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า “ฟิลเลอร์ Neuramis ดีไหม ฉีดจุดไหนได้บ้าง และเหมาะกับใครบ้าง” บทความนี้จาก Smooth Clinic จะพาไปเจาะลึกทุกคำตอบ ตั้งแต่ข้อมูลแบรนด์ รีวิวจากผู้ใช้จริง ไปจนถึงมุมมองของแพทย์เฉพาะทาง เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยที่สุด

สารบัญ hide

ฟิลเลอร์ Neuramis

ฟิลเลอร์ Neuramis เป็นฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid – HA) จากประเทศเกาหลีใต้ ผลิตโดยบริษัท Medytox ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชภัณฑ์ความงาม ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโบท็อกซ์ Neuronox ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกในด้านความปลอดภัยและคุณภาพ

เทคโนโลยี SHAPE™ ที่ใช้ใน Neuramis

Neuramis ใช้เทคโนโลยีเฉพาะชื่อว่า SHAPE™ Technology (Stabilized Hyaluronic Acid and Purification Enhancement) ช่วยเพิ่มความเสถียรของโมเลกุล HA ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีความละเอียด นุ่ม และคงรูปได้ดีหลังฉีด เหมาะสำหรับจุดที่ต้องการความเนียนเรียบเป็นธรรมชาติ

การรับรองมาตรฐานและความปลอดภัย

ฟิลเลอร์ Neuramis ผ่านการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไทย อย่างถูกต้องทุกขั้นตอน ผลิตภายใต้มาตรฐาน GMP และ ISO จึงมั่นใจได้ในด้านความปลอดภัย เหมาะกับสภาพผิวของคนเอเชีย

ทำไม Neuramis จึงเป็นที่นิยม

ด้วยเนื้อเจลที่นุ่มละเอียด ฉีดแล้วกลมกลืนกับใบหน้า ดูเป็นธรรมชาติและไม่แข็ง ทำให้ฟิลเลอร์ Neuramis ได้รับความนิยมในคลินิกความงามระดับมืออาชีพทั่วเอเชีย รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ต้องการลุคอ่อนเยาว์แบบธรรมชาติในราคาที่เข้าถึงได้

จุดเด่นของฟิลเลอร์ Neuramis

เนื้อเจลละเอียด นุ่ม และดูเป็นธรรมชาติ

ฟิลเลอร์ Neuramis มีเนื้อเจลที่ละเอียดและนุ่มมาก ช่วยให้กระจายตัวเรียบเนียนเมื่อฉีดเข้าใต้ผิว จึงให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน และไม่ทำให้ใบหน้าดูแข็งหรือผิดรูป

เทคโนโลยี SHAPE™ เพิ่มความเสถียรของเนื้อฟิลเลอร์

เทคโนโลยี SHAPE™ (Stabilized Hyaluronic Acid and Purification Enhancement) เป็นจุดเด่นสำคัญที่ช่วยให้โมเลกุล HA มีความเสถียรมากขึ้น ฟิลเลอร์จึงคงรูปได้ดี ไม่สลายเร็ว และลดโอกาสการอักเสบหลังฉีด

ปลอดภัย ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย

ทุกผลิตภัณฑ์ของ Neuramis ผ่านการตรวจสอบและรับรองโดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัย เหมาะสำหรับใช้ในคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิลเลอร์โดยเฉพาะ

มีส่วนผสมของ Lidocaine ช่วยลดความเจ็บ

รุ่นที่มีส่วนผสมของ Lidocaine จะช่วยลดความรู้สึกเจ็บระหว่างฉีด ทำให้คนไข้รู้สึกสบายมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องความรู้สึกขณะทำหัตถการ

เหมาะกับผิวคนเอเชียและผู้ที่ต้องการลุคธรรมชาติ

ด้วยเนื้อเจลที่ยืดหยุ่นสูงและความนุ่มเป็นพิเศษ ฟิลเลอร์ Neuramis จึงเหมาะกับโครงสร้างผิวของคนเอเชีย ให้ผลลัพธ์ที่ดูละมุนกลมกลืน เหมือนผิวจริง ไม่แข็งหรือโป๊ะหลังฉีด

ฟิลเลอร์ Neuramis มีกี่รุ่น ต่างกันอย่างไร

ภาพรวมของรุ่นฟิลเลอร์ Neuramis

ฟิลเลอร์ Neuramis มีทั้งหมด 4 รุ่นหลัก แต่ละรุ่นถูกออกแบบมาให้มีความหนาแน่นของเนื้อเจลแตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะกับจุดฉีดและลักษณะผิวของแต่ละบุคคล ทั้งหมดผลิตด้วยเทคโนโลยี SHAPE™ ที่ช่วยให้เนื้อเจลมีความเสถียรและนุ่มละเอียด

Neuramis Light – สำหรับใต้ตาและร่องตื้น

รุ่น Neuramis Light มีเนื้อเจลที่บางเบาที่สุด เหมาะสำหรับจุดที่ต้องการความละเอียดอ่อน เช่น ใต้ตา หรือร่องน้ำตา ช่วยให้ผิวบริเวณนั้นเรียบเนียน ดูสดใสโดยไม่ทำให้ผิวโป่งหรือแข็ง

Neuramis Deep – สำหรับร่องลึกและคาง

รุ่น Neuramis Deep มีความแน่นปานกลาง เหมาะกับร่องแก้ม คาง หรือร่องน้ำหมาก ช่วยเติมเต็มร่องลึกให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยยังคงความเป็นธรรมชาติ

Neuramis Volume – สำหรับขมับและเพิ่มมิติใบหน้า

รุ่น Neuramis Volume มีความหนาแน่นของเนื้อเจลมากที่สุด ใช้สำหรับเติมเต็มในชั้นลึก เช่น ขมับ โหนกแก้ม หรือคาง เพื่อเพิ่มมิติให้ใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติและยกกระชับใบหน้าได้ดี

Neuramis Lidocaine – ลดความเจ็บระหว่างฉีด

รุ่น Neuramis Lidocaine คือรุ่นที่มีส่วนผสมของยาชาในตัว เพื่อช่วยให้ผู้เข้ารับบริการรู้สึกสบายและลดความเจ็บระหว่างฉีด โดยคุณสมบัติอื่นจะเหมือนกับรุ่นหลักแต่ละประเภท

ตารางเปรียบเทียบฟิลเลอร์ Neuramis แต่ละรุ่น

รุ่น ความแน่นของเนื้อเจล จุดฉีดที่เหมาะสม ระยะเวลาการคงผลลัพธ์ (โดยเฉลี่ย) จุดเด่น
Neuramis Light นุ่มมาก ใต้ตา, ร่องน้ำตา 6–9 เดือน เนื้อบางเบา ดูเป็นธรรมชาติ
Neuramis Deep ปานกลาง ร่องแก้ม, คาง, ร่องน้ำหมาก 9–12 เดือน เติมร่องลึกได้ดี ไม่แข็ง
Neuramis Volume แน่นที่สุด ขมับ, โหนกแก้ม, คาง 12 เดือนขึ้นไป เพิ่มมิติใบหน้า ยกกระชับ
Neuramis Lidocaine แล้วแต่รุ่นหลัก ทุกจุด (รุ่นที่มี Lidocaine) ตามรุ่นหลัก ลดความเจ็บขณะฉีด

ฟิลเลอร์ Neuramis ฉีดจุดไหนได้บ้าง

ใต้ตา – เติมความสดใส ลดรอยคล้ำ

ฟิลเลอร์ Neuramis Light เหมาะสำหรับฉีดใต้ตา เพราะมีเนื้อเจลที่บางเบาและกระจายตัวเรียบ ช่วยลดรอยคล้ำ ร่องลึก และอาการล้าใต้ตาได้โดยไม่ทำให้ผิวโป่งหรือบวม

ร่องแก้ม – เติมเต็มร่องลึกให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์

รุ่น Neuramis Deep ใช้สำหรับเติมร่องแก้มและร่องน้ำหมาก ช่วยยกมุมปากและลดความชัดของร่องลึก ทำให้ใบหน้าดูสดใสและอ่อนเยาว์ขึ้นทันทีหลังฉีด

คาง – ปรับรูปหน้าให้เรียวยาวสมส่วน

รุ่น Neuramis Deep หรือ Volume เหมาะสำหรับการฉีดคาง เพื่อปรับความยาวและความสมดุลของใบหน้า ช่วยให้คางดูเรียวสวยและได้สัดส่วนโดยไม่ต้องผ่าตัด

ขมับ – เติมเต็มความแบนให้ใบหน้าดูอิ่ม

ฟิลเลอร์ Neuramis Volume มักใช้บริเวณขมับ เพื่อเติมเต็มรอยบุ๋ม เพิ่มความอิ่มและมิติให้ใบหน้า เหมาะกับผู้ที่มีขมับตอบหรือใบหน้าดูแข็งจากอายุที่เพิ่มขึ้น

ร่องน้ำหมาก – ลดริ้วรอยช่วงปากให้ดูอ่อนกว่าวัย

การฉีดฟิลเลอร์บริเวณร่องน้ำหมากด้วย Neuramis Deep ช่วยลดร่องลึกบริเวณมุมปาก ให้ผิวดูเรียบเนียนและดูอ่อนกว่าวัยอย่างเป็นธรรมชาติ

ตารางสรุปจุดที่ฉีดฟิลเลอร์ Neuramis

จุดฉีด รุ่นฟิลเลอร์ที่เหมาะสม ผลลัพธ์ที่ได้ ระดับความนุ่มของเนื้อเจล
ใต้ตา Neuramis Light ลดรอยคล้ำ เติมร่องตื้น นุ่มมาก
ร่องแก้ม / ร่องน้ำหมาก Neuramis Deep เติมเต็มร่องลึกให้เรียบเนียน ปานกลาง
คาง Neuramis Deep / Volume ปรับรูปหน้าให้เรียวสวย แน่นปานกลาง–มาก
ขมับ / โหนกแก้ม Neuramis Volume เพิ่มมิติให้ใบหน้า อิ่มฟู แน่นมาก

ฟิลเลอร์ Neuramis อยู่ได้นานไหม

ฟิลเลอร์ Neuramis มีระยะเวลาการคงผลลัพธ์เฉลี่ยประมาณ 9–12 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ใช้และตำแหน่งที่ฉีด โดยรุ่น Light มักอยู่ได้ราว 6–9 เดือน ส่วนรุ่น Volume จะอยู่ได้นานกว่า เนื่องจากมีความหนาแน่นของเนื้อเจลสูงกว่า

ปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาการคงตัว

ระยะเวลาที่ฟิลเลอร์อยู่ได้นานหรือสลายเร็ว ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • จุดที่ฉีด (บริเวณที่เคลื่อนไหวบ่อยมักสลายเร็วกว่า)
  • ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้
  • การดูแลหลังฉีด เช่น หลีกเลี่ยงความร้อนและแรงกดบริเวณที่ฉีด
  • ระบบการเผาผลาญของร่างกายแต่ละบุคคล

เทคนิคการฉีดและฝีมือแพทย์มีผลอย่างไร

เทคนิคการฉีดมีผลโดยตรงต่อความคงตัวของฟิลเลอร์ หากแพทย์มีความชำนาญและเลือกใช้รุ่นให้เหมาะกับแต่ละจุด จะช่วยให้ฟิลเลอร์กระจายตัวดีและอยู่ได้นานขึ้นโดยไม่เป็นก้อนหรือไหล

ความแตกต่างระหว่างแต่ละรุ่นของ Neuramis

  • Neuramis Light: อยู่ได้ราว 6–9 เดือน
  • Neuramis Deep: อยู่ได้ประมาณ 9–12 เดือน
  • Neuramis Volume: อยู่ได้ถึง 12 เดือนขึ้นไป

ความแตกต่างนี้เกิดจากระดับการ Cross-link ของ HA ที่ไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นตัวกำหนดความแน่นของเนื้อเจลและความคงตัวหลังฉีด

ฟิลเลอร์ Neuramis ของแท้ดูยังไง

ตรวจสอบฉลากและสติ๊กเกอร์นำเข้า

ฟิลเลอร์ Neuramis ของแท้ ต้องมี ฉลากภาษาไทยและสติ๊กเกอร์จากผู้นำเข้าถูกต้อง ซึ่งระบุชื่อผู้นำเข้า ที่อยู่ และเลขที่ใบอนุญาตนำเข้าอย่างชัดเจน หากกล่องไม่มีฉลากภาษาไทยหรือข้อมูลไม่ตรง ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นของปลอม

สแกน QR Code บนกล่องผลิตภัณฑ์

บนกล่องฟิลเลอร์ Neuramis ของแท้จะมี QR Code สำหรับตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ สามารถใช้สมาร์ตโฟนสแกนเพื่อเช็กวันผลิต หมายเลขล็อต และสถานะการนำเข้าผ่านตัวแทนถูกต้อง หากสแกนแล้วไม่ขึ้นข้อมูล หรือพาไปเว็บไซต์ที่ไม่เป็นทางการ ให้หลีกเลี่ยงการใช้ทันที

ลักษณะกล่องและบรรจุภัณฑ์

กล่องของแท้จะมีพื้นผิวเรียบ สีชัดเจน ตัวอักษรพิมพ์คม และมีลายน้ำหรือโฮโลแกรมตามมาตรฐาน Medytox หลอดฟิลเลอร์ภายในต้องปิดสนิท มีซีลครบ ไม่รั่ว ไม่บวม และมีเลขล็อตตรงกับบนกล่อง

ซื้อและฉีดกับคลินิกที่ได้รับอนุญาต

การเลือกฉีดกับคลินิกที่จดทะเบียนถูกต้อง และใช้ฟิลเลอร์จากตัวแทนนำเข้าที่ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย เป็นสิ่งสำคัญ คลินิกที่ดีจะสามารถแสดงเอกสารรับรอง อย. หรือใบสั่งซื้อจากบริษัทผู้นำเข้าได้อย่างโปร่งใส เช่นที่ Smooth Clinic ซึ่งใช้เฉพาะฟิลเลอร์ Neuramis ของแท้ทุกกล่อง

ฟิลเลอร์ Neuramis เทียบกับ Juvederm / Restylane / e.p.t.q.

ความแตกต่างด้านประเทศผู้ผลิตและมาตรฐาน

  • Neuramis เป็นฟิลเลอร์จากเกาหลีใต้ ผลิตโดยบริษัท Medytox
  • Juvederm เป็นฟิลเลอร์จากสหรัฐอเมริกา ผลิตโดย Allergan
  • Restylane เป็นฟิลเลอร์จากสวีเดน ผลิตโดย Galderma
  • e.p.t.q. เป็นฟิลเลอร์เกาหลีอีกแบรนด์หนึ่ง ผลิตโดย Jetema

ทั้งสี่แบรนด์ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย แต่แตกต่างกันในเรื่องเทคโนโลยีการผลิตและลักษณะเนื้อเจล

ความแตกต่างด้านเทคโนโลยีและความนุ่มของเนื้อเจล

  • Neuramis: ใช้เทคโนโลยี SHAPE™ ให้เนื้อเจลละเอียด นุ่ม และคงตัวดี
  • Juvederm: ใช้เทคโนโลยี VYCROSS™ ทำให้เนื้อเจลเนียน ยืดหยุ่นสูง เหมาะกับการปั้นรูปหน้า
  • Restylane: ใช้เทคโนโลยี NASHA™ และ OBT™ คงรูปได้ดี เหมาะกับร่องลึก
  • e.p.t.q.: ใช้เทคโนโลยี 9-Step Purification ให้เนื้อเจลเนียนและปลอดภัย

ความต่างเหล่านี้ทำให้ฟิลเลอร์แต่ละแบรนด์มีความเหมาะสมกับบริเวณที่ฉีดและความต้องการที่แตกต่างกัน

ความคงตัวและระยะเวลาอยู่ในผิว

  • Neuramis: อยู่ได้นานประมาณ 9–12 เดือน
  • Juvederm: อยู่ได้เฉลี่ย 12–18 เดือน
  • Restylane: อยู่ได้ประมาณ 10–12 เดือน
  • e.p.t.q.: อยู่ได้ราว 9–12 เดือน

ระยะเวลาอาจต่างกันไปตามรุ่นที่ใช้และจุดที่ฉีด โดยฟิลเลอร์จากยุโรปมักมีอายุการคงตัวที่ยาวนานกว่า แต่ราคาก็สูงกว่าเช่นกัน

ราคาโดยประมาณและความคุ้มค่า

  • Neuramis: ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 7,000–9,000 บาท/ซีซี
  • Juvederm: ราคาเฉลี่ย 13,000–18,000 บาท/ซีซี
  • Restylane: ราคา 12,000–15,000 บาท/ซีซี
  • e.p.t.q.: ราคา 9,000–11,000 บาท/ซีซี

Neuramis จึงเป็นฟิลเลอร์ที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการความคุ้มค่า ปลอดภัย และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติในราคาที่เข้าถึงได้

ตารางเปรียบเทียบฟิลเลอร์แต่ละแบรนด์ ไม่ใช่ราคาที่คลินิก

แบรนด์ ประเทศผู้ผลิต เทคโนโลยี ความนุ่มของเนื้อเจล ระยะเวลาคงผลลัพธ์ ช่วงราคาโดยประมาณ จุดเด่นหลัก
Neuramis เกาหลีใต้ SHAPE™ นุ่ม ละเอียด 9–12 เดือน 7,000–9,000 บาท ธรรมชาติ คุ้มค่า เหมาะกับคนเอเชีย
Juvederm สหรัฐอเมริกา VYCROSS™ เนียน ยืดหยุ่นสูง 12–18 เดือน 13,000–18,000 บาท ยกกระชับและคงรูปได้นาน
Restylane สวีเดน NASHA™ / OBT™ แน่น ยืดหยุ่นดี 10–12 เดือน 12,000–15,000 บาท เติมเต็มริ้วรอยลึกได้ดี
e.p.t.q. เกาหลีใต้ 9-Step Purification เนียน ละเอียด 9–12 เดือน 9,000–11,000 บาท ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ

ฟิลเลอร์ Neuramis เหมาะกับใคร / ไม่เหมาะกับใคร

กลุ่มคนที่เหมาะกับฟิลเลอร์ Neuramis

ฟิลเลอร์ Neuramis เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าแบบธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่าตัด เช่น

  • ผู้ที่มีร่องลึก ร่องแก้ม ใต้ตา หรือขมับตอบ
  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มความเรียวสมส่วนของคาง หรือเติมเต็มใบหน้าให้ดูอิ่มฟู
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์นุ่มละมุน ไม่แข็ง และเข้ากับผิวคนเอเชีย
  • ผู้เริ่มต้นฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก ต้องการฟิลเลอร์ที่ปลอดภัยและราคาคุ้มค่า

ด้วยเนื้อเจลที่ละเอียดและยืดหยุ่นสูง Neuramis จึงเหมาะกับคนที่ต้องการลุคเป็นธรรมชาติ ไม่เปลี่ยนรูปหน้าเดิมมากเกินไป

กลุ่มคนที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด

แม้ฟิลเลอร์ Neuramis จะเป็นฟิลเลอร์ HA ที่สามารถสลายได้ แต่ก็มีบางกรณีที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ เช่น

  • ผู้ที่มีประวัติแพ้สาร Hyaluronic Acid
  • ผู้ที่เคยฉีดสารเติมเต็มชนิดอื่นที่ไม่สามารถสลายได้
  • ผู้ที่มีแผลอักเสบหรือการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด
  • หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

การปรึกษาแพทย์จะช่วยให้สามารถเลือกชนิดของฟิลเลอร์และจุดฉีดได้อย่างเหมาะสม ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด

คำแนะนำจากแพทย์

แพทย์แนะนำว่าควรเลือกฉีดฟิลเลอร์กับคลินิกที่ใช้ผลิตภัณฑ์ผ่าน อย. และมีแพทย์เฉพาะทางด้านฟิลเลอร์โดยตรง เพื่อประเมินลักษณะใบหน้า ปริมาณที่เหมาะสม และจุดที่ควรเติมเต็มอย่างปลอดภัย เช่นเดียวกับแนวทางของ Smooth Clinic ที่เน้นผลลัพธ์สวยสมดุลและเป็นธรรมชาติในทุกเคส

ฟิลเลอร์ Neuramis มีผลข้างเคียงไหม? ปลอดภัยหรือเปล่า

ความปลอดภัยของฟิลเลอร์ Neuramis

ฟิลเลอร์ Neuramis ผลิตจากสาร Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกับที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ จึงมีความเข้ากันได้ดีกับผิว และสามารถสลายได้เองตามกระบวนการธรรมชาติของร่างกาย อีกทั้งยังผ่านการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไทย ทำให้มั่นใจได้ในความปลอดภัยเมื่อใช้ในคลินิกที่มีมาตรฐาน

อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นชั่วคราว

หลังฉีดฟิลเลอร์ Neuramis อาจพบอาการข้างเคียงเล็กน้อยในระยะสั้น เช่น

  • บวม แดง หรือช้ำบริเวณที่ฉีด
  • รู้สึกตึงหรือเจ็บเล็กน้อยในช่วง 1–3 วันแรก
  • ผิวอาจมีรอยเข็มเล็ก ๆ ซึ่งจะหายไปภายในไม่กี่วัน

อาการเหล่านี้ถือเป็นภาวะปกติที่เกิดจากการฉีด และมักหายได้เองโดยไม่ต้องรักษาเพิ่มเติม หากดูแลตามคำแนะนำของแพทย์อย่างถูกวิธี

ภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง (พบได้น้อยมาก)

ในกรณีที่ฉีดโดยผู้ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ หรือใช้ฟิลเลอร์ปลอม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น

  • ฟิลเลอร์เป็นก้อน หรือไหลผิดตำแหน่ง
  • การติดเชื้อจากอุปกรณ์ไม่สะอาด
  • การอุดตันของเส้นเลือด (vascular occlusion) หากฉีดลึกผิดชั้น

แต่ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ สามารถป้องกันได้ หากฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิลเลอร์ในคลินิกที่ได้มาตรฐาน และใช้ฟิลเลอร์ของแท้ที่ผ่าน อย. เท่านั้น

ฟิลเลอร์ Neuramis สลายได้ไหม ถ้าไม่ชอบผลลัพธ์?

ฟิลเลอร์ Neuramis เป็นชนิด HA ที่สามารถสลายได้

ฟิลเลอร์ Neuramis ผลิตจากสาร Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นฟิลเลอร์ประเภทที่ “สามารถสลายได้” หากไม่พอใจกับผลลัพธ์ หรือเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ฟิลเลอร์เป็นก้อน หรือไหลผิดตำแหน่ง แพทย์สามารถใช้เอนไซม์ Hyaluronidase ช่วยย่อยสลายได้อย่างปลอดภัย

การสลายฟิลเลอร์ด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase

เอนไซม์ Hyaluronidase ทำหน้าที่ย่อยสลายโมเลกุลของกรดไฮยาลูโรนิกให้แตกตัวและถูกขับออกจากร่างกายตามธรรมชาติ โดยจะเริ่มเห็นผลการสลายภายใน 24–48 ชั่วโมง และฟิลเลอร์จะค่อย ๆ ยุบตัวลงจนหมดภายในไม่กี่วัน

แพทย์จะเป็นผู้ประเมินปริมาณเอนไซม์ที่เหมาะสมตามบริเวณที่ฉีด เพื่อไม่ให้กระทบเนื้อเยื่อบริเวณข้างเคียง และป้องกันการสลายเกินจำเป็น

ขั้นตอนและข้อควรระวังในการสลาย

  • ควรสลายฟิลเลอร์เฉพาะกับ แพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพ เท่านั้น
  • ห้ามซื้อยา Hyaluronidase มาฉีดเอง เนื่องจากอาจเกิดการแพ้หรือเนื้อตายได้
  • หลังสลายฟิลเลอร์ ควรเว้นระยะอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใหม่ เพื่อให้ผิวฟื้นตัวเต็มที่

สรุปข้อดี–ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ Neuramis

จุดเด่นที่ทำให้ Neuramis เป็นฟิลเลอร์ยอดนิยม

ฟิลเลอร์ Neuramis เป็นหนึ่งในฟิลเลอร์เกาหลีที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยคุณสมบัติของเนื้อเจลที่นุ่มละเอียดและคงรูปได้ดี ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ เหมาะกับใบหน้าคนเอเชีย และมีราคาที่เข้าถึงได้ง่าย

เทคโนโลยี SHAPE™ ที่ใช้ในกระบวนการผลิต ช่วยให้โมเลกุลของกรดไฮยาลูโรนิก (HA) มีความเสถียร ลดการอักเสบหลังฉีด และทำให้ฟิลเลอร์กระจายตัวเรียบสม่ำเสมอในทุกจุด

สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีด

แม้ฟิลเลอร์ Neuramis จะมีความปลอดภัยและสามารถสลายได้ แต่ก็ยังมีข้อควรระวัง เช่น

  • ควรฉีดกับ แพทย์เฉพาะทางด้านฟิลเลอร์เท่านั้น
  • เลือกคลินิกที่ใช้ฟิลเลอร์ของแท้ผ่าน อย.
  • หลีกเลี่ยงการฉีดกับบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์หรือคลินิกที่ไม่จดทะเบียน

นอกจากนี้ ควรปรึกษาแพทย์ล่วงหน้า เพื่อให้แพทย์ประเมินจุดที่เหมาะสมและเลือก รุ่นของ Neuramis ที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวของแต่ละคน เช่น Light สำหรับใต้ตา หรือ Volume สำหรับขมับและคาง

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลุคธรรมชาติ

Neuramis เหมาะกับคนที่ต้องการเติมเต็มใบหน้าให้ดูอิ่มฟู สดใส และอ่อนเยาว์ โดยไม่เปลี่ยนรูปหน้าจนเกินไป เหมาะทั้งสำหรับผู้เริ่มต้นฉีดฟิลเลอร์ และผู้ที่เคยฉีดแบรนด์อื่นมาก่อนแต่ต้องการลุคที่ดู “นุ่มละมุนกว่า”

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิลเลอร์ Neuramis

ฟิลเลอร์ Neuramis อยู่ได้นานแค่ไหน?

ฟิลเลอร์ Neuramis อยู่ได้นานเฉลี่ยประมาณ 9–12 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ใช้และจุดที่ฉีด โดยรุ่น Light จะอยู่ได้ราว 6–9 เดือน ส่วนรุ่น Volume สามารถอยู่ได้มากกว่า 1 ปี หากดูแลตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเหมาะสม

ฟิลเลอร์ Neuramis เจ็บไหมตอนฉีด?

รุ่นส่วนใหญ่ของ Neuramis มีส่วนผสมของ Lidocaine ซึ่งช่วยลดความรู้สึกเจ็บในระหว่างฉีด แพทย์จะใช้เทคนิคการฉีดแบบแม่นยำและมือเบา ทำให้รู้สึกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ฉีดฟิลเลอร์ Neuramis ต้องพักฟื้นไหม?

ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังฉีด อาจมีอาการบวมหรือแดงเล็กน้อยในช่วง 1–2 วันแรก และจะค่อย ๆ ยุบเข้าที่ภายในไม่กี่วัน

ฟิลเลอร์ Neuramis ของแท้ดูยังไง?

กล่องของแท้จะมี ฉลากภาษาไทย สติ๊กเกอร์ อย. และ QR Code สำหรับตรวจสอบข้อมูลผู้นำเข้า ควรให้แพทย์เปิดกล่องให้ดูต่อหน้าก่อนฉีดเพื่อยืนยันความถูกต้อง

ถ้าฉีดแล้วไม่ชอบ สามารถสลายฟิลเลอร์ Neuramis ได้ไหม?

ได้แน่นอน เพราะ Neuramis เป็นฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งสามารถสลายได้ด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างปลอดภัย

แหล่งอ้างอิง

  1. Neuramis — Medytox
  2. Thailand FDA – HA Dermal Filler
  3. The Smart Choice of HA Dermal Filler
smooth clinic logo light
Get This Treatment
ติดต่อเรา