Radiesse Plus คืออะไร? ช่วยอะไร ราคา และข้อควรรู้ก่อนฉีด

ใช้เวลาอ่านประมาณ ... นาที
Radiesse Plus คืออะไร

Radiesse Plus เป็นฟิลเลอร์ CaHA ผสมยาชาลิโดเคน ใช้เติมเต็มและช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในบริเวณที่เหมาะสม ก่อนฉีดควรรู้ความต่างจาก Radiesse รุ่นอื่น ผลลัพธ์ที่คาดหวัง ราคา และความเสี่ยงที่ต้องระวัง

Insight Guide About Radiesse Plus คืออะไร? ช่วยอะไร ราคา และข้อควรรู้ก่อนฉีด

Radiesse Plus คืออะไร ต่างจาก Radiesse ปกติอย่างไร?

Radiesse Plus หรือ RADIESSE® (+) Lidocaine เป็นสารเติมเต็มที่มีอนุภาคแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (CaHA) อยู่ในเจล และมีลิโดเคน 0.3% ช่วยลดความเจ็บขณะฉีด ต่างจาก Radiesse สูตรที่ไม่ผสมยาชา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เจ็บ ไม่บวม หรือให้ผลดีกว่าทุกรุ่น

เจลช่วยเพิ่มปริมาตรในช่วงแรก ส่วน CaHA มีหลักฐานสนับสนุนการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว จึงจัดเป็นทั้งสารเติมเต็มและสารกระตุ้นคอลลาเจน ไม่ใช่การฉีดคอลลาเจนสำเร็จรูป และผลไม่ถาวร

Radiesse Plus ช่วยอะไร และฉีดบริเวณไหนได้บ้าง?

ใช้เพื่อแก้ร่องหรือปรับรูปหน้าในบริเวณที่เหมาะสม โดยฉลากสหรัฐฯ ของรุ่น (+) ระบุร่องและริ้วรอยใบหน้าระดับปานกลางถึงมาก เช่น ร่องแก้ม และการปรับกรอบหน้าที่เสียความชัดระดับปานกลางถึงมากในผู้ใหญ่อายุมากกว่า 21 ปี ไม่ใช่การทดแทนผ่าตัดดึงหน้า

  • หลังมือและเนินอก: ข้อบ่งใช้สหรัฐฯ ของ Radiesse สูตรไม่ผสมยาชามีรายละเอียดแยกต่างหาก รวมถึงการใช้แบบเจือจางสำหรับริ้วรอยเนินอก จึงนำมาอ้างว่า Radiesse Plus ได้รับอนุมัติในจุดเดียวกันไม่ได้
  • คาง ขมับ ลำคอ ต้นแขน ต้นขา และหัวเข่า: ไม่ควรเหมารวมว่าเป็นข้อบ่งใช้ของรุ่น (+) ทั้งหมด ต้องตรวจผลิตภัณฑ์และฉลากที่ใช้จริง รวมถึงอธิบายการใช้นอกข้อบ่งใช้และข้อจำกัดของหลักฐาน
  • ใต้ตาและริมฝีปาก: ฉลากรุ่น (+) ยังไม่ยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิผลในบริเวณเหล่านี้ และมีรายงานก้อนเมื่อใช้ที่ริมฝีปาก ส่วนจมูกและหน้าผากมีความเสี่ยงด้านหลอดเลือด ไม่ควรเลือกฉีดจากภาพรีวิวเพียงอย่างเดียว

การเจือจางหรือ Hyperdilution คือการปรับความเข้มข้นเพื่อเป้าหมายด้านคุณภาพผิว ซึ่งต่างจากการใช้เพื่อเติมปริมาตร หลักฐานและข้อบ่งใช้ต้องตรงทั้งรุ่น วิธีใช้ และตำแหน่ง ข้อมูลสหรัฐฯ ข้างต้นไม่ใช่การยืนยันสถานะอนุญาตในไทย ควรตรวจฉลากภาษาไทยและข้อมูล อย. ของผลิตภัณฑ์ที่จะใช้กับแพทย์

ต่างจากฟิลเลอร์ HA และ Sculptra อย่างไร?

ฟิลเลอร์ HA มีหลายสูตรสำหรับเติมปริมาตรหรือปรับคุณภาพผิว ส่วน Radiesse Plus มี CaHA เป็นสารหลัก จึงไม่ควรสรุปว่า HA ทุกรุ่นนิ่มกว่า อยู่สั้นกว่า หรือไม่กระตุ้นคอลลาเจนเลย ต้องเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์และเป้าหมายเดียวกัน

ข้อแตกต่างสำคัญคือ CaHA ไม่ใช่สารที่สลายด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสแบบ HA การแก้ไขอาจซับซ้อน และแม้เป็น HA ก็ไม่ได้รับประกันว่าจะย้อนผลหรือแก้ภาวะแทรกซ้อนได้ทุกกรณี

ส่วน Sculptra ใช้สาร PLLA และเน้นผลที่ค่อย ๆ พัฒนา จึงใช้ข้อมูลแทนกันไม่ได้ หากยังเลือกไม่ถูก อ่านการเปรียบเทียบสารกระตุ้นคอลลาเจนและสารฉีดปรับคุณภาพผิวเพื่อดูความต่างของแต่ละชนิดก่อนคุยกับแพทย์

เห็นผลเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหน?

อาจเห็นการเติมเต็มหลังฉีด แต่ช่วงแรกมีอาการบวมร่วมด้วย จึงยังไม่ใช่ผลสุดท้าย การเปลี่ยนแปลงจากการตอบสนองของเนื้อเยื่อค่อย ๆ เกิดในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน และไม่เหมือนกันทุกคน

งานทดลอง Radiesse Plus บริเวณกรอบหน้าพบผลดีเมื่อประเมินที่ 12 สัปดาห์ และติดตามพบผลในผู้เข้าร่วมบางส่วนถึง 48 สัปดาห์ โดยอนุญาตให้เติมแต่งผลระหว่างการศึกษา จึงใช้รับประกันว่าเข็มเดียวอยู่ได้ 12–24 เดือนในทุกบริเวณไม่ได้ แผนทำซ้ำควรดูผลจริงและการประเมินของแพทย์

งานศึกษาชิ้นเนื้อสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน แต่มีข้อจำกัดเรื่องขนาดการศึกษาและบริเวณที่ทดสอบ ไม่ได้ยืนยันว่าทุกคนจะมีคอลลาเจนเพิ่มเท่ากันหรือผิวดีขึ้นต่อเนื่องตลอดไป

ใครอาจเหมาะ และใครควรหลีกเลี่ยง?

อาจเป็นตัวเลือกเมื่อปัญหาหลักคือร่องหรือกรอบหน้าในตำแหน่งที่เหมาะสม และยอมรับความเสี่ยงกับข้อจำกัดในการแก้ไขได้ แพทย์ต้องประเมินผิว ไขมัน และโครงสร้างใบหน้า ไม่ควรเลือกเพียงเพราะผิวบาง เคยทำเลเซอร์ หรือรู้สึกว่า HA สลายเร็ว

  • ห้ามใช้ตามฉลากรุ่น (+): ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบ แพ้ลิโดเคนหรือยาชากลุ่มเดียวกัน มีประวัติแพ้รุนแรงแบบแอนาฟิแล็กซิสหรือแพ้รุนแรงหลายชนิด และผู้มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
  • ควรเลื่อนและให้แพทย์ประเมิน: มีผิวอักเสบ แผล หรือการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด รวมถึงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ซึ่งยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยเพียงพอ
  • ต้องแจ้งก่อนทำ: โรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคภูมิคุ้มกันหรือเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ประวัติคีลอยด์ เริม ยา อาหารเสริม และหัตถการเดิมบริเวณเดียวกัน

อย่าหยุดยาด้วยตนเอง โดยเฉพาะแอสไพรินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด ให้แพทย์ผู้รักษาประเมินก่อน ยาเหล่านี้อาจเพิ่มโอกาสช้ำหรือเลือดออก แต่การหยุดยาเองก็มีอันตราย

ขั้นตอนการฉีดและความเจ็บเป็นอย่างไร?

แพทย์ประเมินปัญหา อธิบายทางเลือกและความเสี่ยง ตรวจผลิตภัณฑ์ เตรียมผิว แล้วจึงฉีดตามแผน พร้อมบันทึกผลและนัดติดตาม ลิโดเคนช่วยลดความเจ็บ แต่ยังอาจรู้สึกเจ็บ ตึง หรือระบมได้ และอาจต้องใช้วิธีลดความเจ็บเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

ระยะเวลารับบริการขึ้นอยู่กับบริเวณและแผนรักษา ควรเผื่ออาการบวมช้ำ ไม่รับประกันว่าจะกลับไปทำกิจกรรมได้ทันทีโดยไม่มีรอย

หลังฉีด Radiesse Plus ต้องดูแลอย่างไร?

  • หลีกเลี่ยงแดดจัดและความร้อนประมาณ 24 ชั่วโมง หรือจนกว่าอาการบวมแดงช่วงแรกจะหาย ตามคำแนะนำของแพทย์
  • ไม่กด บีบ หรือนวดเพื่อแก้ก้อนเอง หากแพทย์แนะนำให้นวด ต้องทำตามวิธีที่สอนสำหรับตำแหน่งและผลิตภัณฑ์นั้น
  • ถามแพทย์ว่าเริ่มแต่งหน้า ออกกำลังกายหนัก หรือทำหัตถการอื่นได้เมื่อใด การทำเลเซอร์หรือหัตถการที่กระตุ้นผิวในบริเวณเดียวกันอาจเพิ่มปฏิกิริยาอักเสบ
  • มาตามนัดติดตาม และแจ้งแพทย์หรือรังสีแพทย์ว่าเคยฉีด CaHA หากต้องตรวจเอกซเรย์หรือ CT เพราะอนุภาคอาจปรากฏในภาพตรวจ

ผลข้างเคียงอะไรพบได้ และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์?

อาจมีบวม แดง ช้ำ เจ็บ คัน หรือคลำได้เป็นก้อน รวมถึงการติดเชื้อหรือก้อนอักเสบที่เกิดภายหลัง ระยะหายต่างกัน ไม่ควรถือว่าก้อนทุกชนิดจะนิ่มหรือยุบเองภายใน 1–2 สัปดาห์ การมีส่วนผสมคล้ายแร่ธาตุในร่างกายไม่ได้แปลว่าไม่แพ้หรือไม่มีความเสี่ยง

ภาวะแทรกซ้อนที่พบไม่บ่อยแต่รุนแรงคือฉีดเข้าหลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งอาจทำให้เนื้อเยื่อขาดเลือด เนื้อตาย สูญเสียการมองเห็น หรือเกิดโรคหลอดเลือดสมอง แม้ใช้ของแท้และทำโดยแพทย์ก็ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงเป็นศูนย์

  • รับการรักษาฉุกเฉินทันที: ปวดมากผิดปกติ ผิวซีดหรือม่วงคล้ำเป็นลาย การมองเห็นเปลี่ยนไป พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรง หรือหายใจลำบาก ไม่รอดูอาการเอง
  • ติดต่อแพทย์โดยเร็ว: บวมแดงร้อนหรือเจ็บมากขึ้น มีไข้ มีหนอง หรือพบก้อนผิดปกติ

Radiesse Plus ราคาเท่าไหร่?

ราคาที่ระบุในบทความเดิมเป็นเรทราคาโดยประมาณ ดังนี้

  • 39,990 บาท (1 กล่อง)
  • 59,900 บาท (2 กล่อง)

ข้อมูลเดิมไม่ได้ระบุรายละเอียดแพ็กเกจและเงื่อนไขครบถ้วน จึงควรยืนยันราคาปัจจุบันกับ Smooth Clinic ก่อนรับบริการ รวมถึงปริมาตรต่อกล่อง ค่าแพทย์ ค่ายาชา การติดตามผล และค่าใช้จ่ายของหัตถการที่ทำร่วมกัน จำนวนกล่องควรอิงการประเมิน ไม่เลือกจากส่วนลดเพียงอย่างเดียว

ตรวจสอบของแท้และเลือกคลินิกอย่างไร?

  • เลือกแพทย์และสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาต พร้อมระบบติดตามและแผนรับมือภาวะแทรกซ้อน
  • ตรวจชื่อรุ่น RADIESSE® (+) Lidocaine ฉลากภาษาไทย ผู้นำเข้า เลขอนุญาต เลขล็อต และวันหมดอายุ ให้ตรงกับผลิตภัณฑ์จริง ไม่ใช้กล่องที่เปิดหรือชำรุด และไม่แบ่งกระบอกใช้ข้ามคน
  • ตรวจข้อมูลผ่าน Merz Check ของผู้ผลิตร่วมกับกล่องและฉลากจริง ใบอบรม สติกเกอร์ หรือบัตรหลังทำอย่างเดียวไม่รับประกันของแท้หรือความปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์

ก่อนตัดสินใจ คุยให้ชัดว่าต้องการแก้ปัญหาใด คาดหวังผลได้แค่ไหน และมีทางเลือกอื่นหรือไม่

เอกสารอ้างอิง

Verify the accuracy by
Latest Article Update: 10/10/2026
Dr.Chaiwat Songsiriphan
Doctor of Medicine (M.D.), Chiang Mai University
Aesthetic & Skin | Medical ID. 48703
Blog

More Related Articles