
หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “ยกกระชับถึงชั้น SMAS” แต่ไม่แน่ใจว่าจริง ๆ แล้วชั้นนี้คืออะไร และเกี่ยวข้องกับความหย่อนคล้อยของใบหน้าอย่างไร ชั้น SMAS เป็นชั้นเนื้อเยื่อสำคัญที่อยู่ลึกใต้ผิว เป็นโครงสร้างที่คอยพยุงรูปหน้าให้ได้สัดส่วนและคงความกระชับ
เมื่ออายุมากขึ้น ชั้นนี้จะเริ่มอ่อนตัวและหย่อนลง ทำให้ผิวหน้าดูตกและไม่กระชับเหมือนเดิม การยกกระชับที่เห็นผลจริงในปัจจุบันจึงต้อง “ยิงถึงชั้น SMAS” เพื่อแก้ที่ต้นเหตุของความหย่อนคล้อยอย่างแท้จริง ซึ่งสามารถทำได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ผ่านเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยและปลอดภัย
“ชั้น SMAS” หรือชื่อเต็มว่า Superficial Musculoaponeurotic System คือชั้นเนื้อเยื่อสำคัญที่อยู่ระหว่างชั้นไขมันใต้ผิวกับกล้ามเนื้อใบหน้า เป็นโครงสร้างหลักที่คอยพยุงรูปหน้าและเชื่อมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อกับผิวหนังให้สัมพันธ์กันอย่างเป็นธรรมชาติ
เมื่ออายุมากขึ้น ชั้น SMAS จะค่อย ๆ หย่อนคล้อย ทำให้เกิดร่องแก้ม แก้มตก หรือใบหน้าดูไม่กระชับเหมือนเดิม การยกกระชับที่ได้ผลจริงจึงต้องเข้าถึงชั้นนี้ เพราะเป็นชั้นที่เป็น “ต้นเหตุของความหย่อนคล้อย” ไม่ใช่แค่ชั้นผิวด้านบนเท่านั้น
แพทย์จึงนิยมใช้เทคโนโลยีอย่าง Ultrasound หรือ HIFU เพื่อส่งพลังงานลงไปกระตุ้นให้ชั้น SMAS เกิดการหดตัวและสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยคืนความกระชับให้ใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด
การยกกระชับที่เห็นผลจริงไม่ได้เกิดจากการทำงานเฉพาะบนผิวหนัง แต่ต้องลงลึกถึง “ชั้น SMAS” ซึ่งเป็นชั้นที่คอยพยุงโครงสร้างใบหน้าและกล้ามเนื้อ เมื่อชั้นนี้หย่อนคล้อย ใบหน้าก็จะเริ่มตกและขาดความกระชับตามแรงโน้มถ่วง
เทคโนโลยีอย่าง Ultherapy หรือ HIFU จึงถูกออกแบบมาเพื่อส่งพลังงานลงถึงระดับชั้น SMAS โดยไม่ต้องผ่าตัด พลังงานความร้อนที่จุดโฟกัสจะกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนหดตัวและสร้างใหม่ ส่งผลให้ผิวค่อย ๆ ตึงกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมการยกกระชับที่เข้าถึง “ต้นเหตุของความหย่อนคล้อย” จึงให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและอยู่ได้นานกว่าการทำเฉพาะบนผิวด้านนอก
เทคโนโลยีที่สามารถส่งพลังงานลงถึง “ชั้น SMAS” ได้จริงมีอยู่ไม่กี่ประเภท โดยทั้งหมดถูกออกแบบให้กระตุ้นการหดตัวของชั้นเนื้อเยื่อและการสร้างคอลลาเจนใหม่ เพื่อฟื้นโครงสร้างผิวจากภายในโดยไม่ต้องผ่าตัด
หนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับคือ Ultherapy Prime ซึ่งใช้คลื่นเสียง Ultrasound แบบ Focused ลงลึกถึงระดับชั้น SMAS ได้อย่างแม่นยำ แพทย์สามารถมองเห็นชั้นผิวผ่านจอภาพขณะทำ จึงควบคุมความลึกและตำแหน่งได้อย่างปลอดภัย
อีกหนึ่งเทคโนโลยียอดนิยมคือ Ultraformer III (HIFU) ที่ส่งพลังงานเสียงความเข้มข้นสูงลงสู่ชั้น SMAS เพื่อยกกระชับผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์เป็นธรรมชาติและฟื้นตัวเร็ว
นอกจากนี้ยังมีคลื่นวิทยุอย่าง Oligio X และ XERF RF ซึ่งช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวระดับกลาง ทำงานเสริมกับเทคโนโลยี SMAS lifting เพื่อให้ผลลัพธ์ยกกระชับครบทุกชั้นผิวได้อย่างสมดุล
การยกกระชับถึงชั้น SMAS เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีสัญญาณของความหย่อนคล้อย เช่น แก้มตก คางล่างไม่ชัด หรือผิวบริเวณกรอบหน้าเริ่มหย่อนจากแรงโน้มถ่วงของเวลา มักเริ่มเห็นได้ตั้งแต่อายุประมาณ 30 ปีขึ้นไป
คนที่เคยทำ HIFU หรือ RF แล้วรู้สึกว่ายังไม่ยกเท่าที่ต้องการ ก็อาจเหมาะกับการรักษาที่เข้าถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นต้นเหตุของความหย่อนคล้อยลึกใต้ผิว
แพทย์จะประเมินความหนาของชั้นผิวและสภาพกล้ามเนื้อใบหน้า เพื่อเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะที่สุด เช่น Ultherapy Prime สำหรับยกโครงสร้างลึก หรือ Ultraformer III สำหรับผิวบางที่ต้องการความนุ่มนวล
หลายเคสที่มาทำการยกกระชับถึงชั้น SMAS ที่ Smooth Clinic มักเริ่มจากปัญหาผิวหย่อน แก้มตก หรือกรอบหน้าไม่ชัด หลังประเมินด้วยเครื่องสแกนชั้นผิว แพทย์จะออกแบบพลังงานให้เหมาะกับระดับชั้น SMAS ของแต่ละคนโดยเฉพาะ
ผู้รับบริการส่วนใหญ่สังเกตเห็นความตึงกระชับมากขึ้นภายใน 1–3 เดือน หลังคอลลาเจนใหม่เริ่มสร้างตัว ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึง และยังช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวได้สัดส่วนขึ้นอย่างพอดี
ดูรีวิวยกกระชับใบหน้าที่ Smooth Clinic
ผลลัพธ์จากการยกกระชับถึงชั้น SMAS สามารถอยู่ได้นานเฉลี่ยประมาณ 12–18 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และพฤติกรรมการดูแลหลังทำของแต่ละคน หลังคอลลาเจนใหม่ถูกกระตุ้นให้สร้างตัว ผิวจะค่อย ๆ ตึงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและคงสภาพได้ต่อเนื่อง
ในระหว่างทำหัตถการ แพทย์จะปรับระดับพลังงานให้เหมาะกับความไวของผิวแต่ละคน ความรู้สึกที่พบได้บ่อยคืออุ่น ๆ หรือจี๊ดเบา ๆ ขณะยิงพลังงาน แต่ไม่ถึงขั้นเจ็บมาก และไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังทำ
สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น สามารถเสริมการกระตุ้นคอลลาเจนด้วย Biostimulator หรือดูแลผิวต่อเนื่องด้วย Oligio X (RF Lifting) เพื่อช่วยยืดอายุผลลัพธ์ให้นานขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
“ชั้น SMAS” คือหัวใจของการยกกระชับหน้าอย่างแท้จริง เพราะเป็นชั้นที่รองรับกล้ามเนื้อและโครงสร้างผิวทั้งหมด การรักษาที่ลงถึงระดับนี้จึงช่วยฟื้นฟูใบหน้าให้กลับมากระชับ ตึง และดูอ่อนเยาว์โดยไม่ต้องผ่าตัด
ไม่ว่าจะใช้เทคโนโลยี Ultherapy Prime, HIFU หรือ RF แพทย์จะปรับให้เหมาะกับลักษณะผิวของแต่ละคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติที่สุด สำหรับผู้ที่สนใจสามารถ นัดประเมินกับแพทย์ Smooth Clinic ฟรี เพื่อวางแผนการยกกระชับที่เหมาะกับโครงสร้างผิวของคุณได้โดยเฉพาะ
ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมก่อนเข้ารับบริการ
ชั้น SMAS อยู่ลึกจากผิวประมาณ 4.5 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นระดับเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ดึงหน้าในการผ่าตัด ทำให้เทคโนโลยีอย่าง Ultherapy และ HIFU ถูกพัฒนาให้ยิงพลังงานได้ลึกถึงชั้นนี้โดยไม่ต้องศัลย์
สามารถทำได้เกือบทุกคน ยกเว้นผู้ที่มีโรคผิวหนังเฉพาะบริเวณที่ทำ หรือมีการติดเชื้อในชั้นผิว แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมก่อนทุกเคส
ส่วนใหญ่ทำเพียงปีละ 1 ครั้งก็เพียงพอ เพราะคอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นจะค่อย ๆ สร้างต่อเนื่องยาวนาน แต่สามารถนัดประเมินเพื่อปรับพลังงานเพิ่มเติมได้หากต้องการคงความกระชับให้นานขึ้น
ผลลัพธ์หลักคือช่วยให้ใบหน้ากระชับขึ้น เมื่อความหย่อนคล้อยลดลง กรอบหน้าจะดูเรียวและคมชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งการศัลยกรรม
ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที อาจมีรอยแดงเล็กน้อยซึ่งจะหายภายในไม่กี่ชั่วโมง

ตรวจสอบความถูกต้องโดย: นพ. ชัยวัฒน์ ทรงศิริพันธุ์ (หมอจุ๊ย)
KOL [KEY OPINION LEADER] COOLSCULPTING
• ปริญญาตรีแพทยศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
• Certificate of Attendance Laser and Aesthetic Skin Therapy (Harvard Medical School 2016)
• Certificate of Attendance CoolSculpting University Seoul 2017
• Certificate of Attendance Filler Injection Allergan Medical Institute
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประสบการณ์ด้านความงามและผิวพรรณ มากกว่า 10 ปี
บทความอัปเดตล่าสุด: 14 พฤษภาคม 2569